๑ มกราคม วันคล้ายวันพระราชสมภพ ของ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

๑ มกราคม วันคล้ายวันพระราชสมภพ ของ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

มหามกุฏราชสันตติวงศ์ ๑ มกราคม ๒๔๐๗ วันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

คอลเลกชันภาพที่ได้รับการบูรณะและสร้างสรรค์ด้วยเทคโนโลยี AI ชุดนี้ เป็นพระฉายาลักษณ์ของ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

     สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระนามเดิมว่า พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี เป็นพระเจ้าลูกเธอพระองค์ที่ ๖๖ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ประสูติแต่สมเด็จพระปิยมาวดี ศรีพัชรินทรมาตา (เจ้าจอมมารดาเปี่ยม) เมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๔๐๗

     พระองค์มีพระเชษฐาและพระขนิษฐาร่วมพระมารดาทั้งสิ้น ๖ พระองค์ ได้แก่ 

 พระองค์เจ้าอุณากรรณอนันตนรไชย 

 พระองค์เจ้าเทวัญอุไทยวงศ์ (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทววงศ์วโรปการ)

 พระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ (สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี)

 พระองค์เจ้าสว่างวัฒนา (สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยิกาเจ้า)

 พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี (สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี)

 พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณ (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัฒนวิศิษฎ์) 

     เมื่อยังทรงพระเยาว์ ได้ทรงศึกษาเล่าเรียนแต่เพียงน้อย ครั้นถึงในรัชกาลที่ ๕ ได้ทรงพระเมตตากรุณา ใช้สอยติดตามเสด็จ ได้ทรงเห็นทรงฟังพระราชกระแสรับสั่ง ตลอดจนการงานในพระราชสำนัก ปรกอบกับยังทรงพระอุตสาหะหมั่นสอบถาม และศึกษาอยู่เสมอ “...จึงได้ทรงทราบสรรพวิชาอันควรจะทราบได้ ถ้าแม้นจะไม่ดีกว่า ก็เสมอเหมือนผู้ที่มีความรู้และศึกษาเล่าเรียนอย่างดีแล้วได้...”

     ครั้นถึงพุทธศักราช ๒๔๒๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานไว้ในฐานะพระมเหสี มีพระอิสริยยศสืบมาตามลำดับกล่าวคือ พระนางเธอ เสาวภาผ่องศรี ต่อมาในพุทธศักราช ๒๔๒๓ เป็น พระนางเจ้าฯ พระวรราชเทวี พุทธศักราช ๒๔๓๗ เป็น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระอัครราชเทวี และในคราวที่รัชกาลที่ ๕ เสด็จประพาสยุโรป ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็น สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนารถ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินต่างพระองค์

     ถึงรัชกาลที่ ๖ เฉลิมพระปรมาภิไธย เป็น สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนารถ พระบรมราชชนนีเมื่อพุทธศักราช ๒๔๕๓ออกพระนามกันโดยทั่วไปว่า สมเด็จพระพันปีหลวง

     นอกจากจะทรงมีส่วนสำคัญในการทำนุบำรุงบ้านเมืองเป็นกำลังส่งเสริมพระบรมราชสวามีด้วยความจงรักภักดี และซื่อสัตย์กตเวทีอย่างสูงสุดแล้ว สมเด็จพระศรีพัชรินทราฯ ยังทรงมีพระราชหฤทัยตั้งมั่น ศรัทธาในพระพุทธศาสนา บริจาคพระราชทรัพย์ทำนุบำรุงพระอารามทั้งในกรุงและหัวเมืองมิได้ขาด ทั้งยังบริจาคพระราชทรัพย์ถวายเป็นนิตยภัตแก่พระสงฆ์ ถวายข้าวสาร อาหารบิณฑบาตแก่พระสงฆ์สามเณร ตลอดจนพระราชทานค่าน้ำประปาแก่พระอารามอยู่เสมอ

     สมเด็จพระศรีพัชรินทราฯ ทรงมีพระราชดำริเห็นความสำคัญของการศึกษาอย่างยิ่ง ด้วยทรงเห็นเป็นเหตุแห่งความเจริญของบ้านเมือง จึงทรงบริจาคพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้ตั้งโรงเรียนโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกุลสตรีทั้งหลาย จะได้ศึกษาเล่าเรียน มีโรงเรียนสำคัญอันได้ทรงตั้งขึ้น และพระราชทานพระบรมราชินูปถัมภ์ อาทิ โรงเรียนราชินี โรงเรียนเสาวภา โรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์ (ต่อมาคือคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล) ในหัวเมือง ได้แก่ โรงเรียนวิเชียรมาตุ โรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง โรงเรียนจอมสุรางค์อุปถัมภ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โรงเรียนราชินีบูรณะ จังหวัดนครปฐมทั้งยังทรงบริจาคพระราชทรัพย์ และทรงเป็นธุระในการจัดตั้ง สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม มาตั้งแต่แรก และทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาของสภากาชาดมายาวนาถึง ๒๖ ปี ได้ทรงบริจาคพระราชทรัพย์เป็นจำนวนมากบำรุงโรงพยาบาลหลายแห่ง ทรงมีพระมหากรุณาแก่สตรีมีครรภ์พระราชทานเงินแก่ผู้มาคลอดบุตรที่โรงพยาบาลศิริราชทุกคน นับว่าทรงมีบทบาทในด้านสาธารณสุข การศึกษาและการสังคมสงเคราะห์มาตลอดพระชนมชีพ

     สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๔๖๒พระชนมายุ ๕๗ พรรษาถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ พระเมรุมาศท้องสนามหลวง วันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๔๖๓ 

 

ข้อมูล : ณัฐพล  ชัยมั่น / วสันต์  ญาติพัฒ  ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี

_____________

1 January – Birth Anniversary of Queen Saovabha Phongsri, the Queen Mother

Maha Mongkut Royal Lineage
1 January 1864 (B.E. 2407) marks the birth anniversary of Queen Saovabha Phongsri
(สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง)

This AI-restored and artistically re-created image collection presents royal portraits of Queen Saovabha Phongsri, produced for educational, historical, and cultural interpretation through contemporary AI technology.

Early Life and Lineage

Queen Saovabha Phongsri was born Her Royal Highness Princess Saovabha Phongsri
(พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี) on 1 January 1864 (B.E. 2407).
She was the 66th child of King Mongkut
(พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4) and was born to Piam, later elevated as Princess Consort Piam, Somdet Phra Piyamavadi Sri Phatcharin Mata
(สมเด็จพระปิยมาวดี ศรีพัชรินทรมาตาเจ้าจอมมารดาเปี่ยม).

Siblings (Same Mother)

She had six full siblings, all of whom played significant roles in Siamese royal and political history:

  • Prince Unakan Ananta Narachai
    (พระองค์เจ้าอุณากรรณอนันตนรไชย)

  • Prince Devawongse Varopakarn
    (พระองค์เจ้าเทวัญอุไทยวงศ์ / สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทววงศ์วโรปการ)

  • Queen Sunandha Kumariratana
    (พระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ / สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี)

  • Queen Savang Vadhana, the Queen Grandmother
    (พระองค์เจ้าสว่างวัฒนา / สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยิกาเจ้า)

  • Queen Saovabha Phongsri
    (พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี / สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ)

  • Prince Svasti Sobhana
    (พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณ / สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัฒนวิศิษฎ์)

Education and Formation

Although her early formal education was limited, Queen Saovabha’s intellectual formation took place within the royal court itself. During the reign of King Chulalongkorn
(พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5), she was frequently invited to attend court affairs, observe statecraft, and listen directly to royal deliberations.

Through constant inquiry, observation, and diligence, she acquired knowledge and wisdom comparable to those who had received formal education, as noted in contemporary royal accounts.

Elevation in Royal Rank

Her royal titles progressed as follows:

  • 1878 (B.E. 2421) – Elevated to Royal Consort (Chao Chom Manda / Queen Consort)

  • 1880 (B.E. 2423) – Elevated to Queen Consort (Phra Warrarajadevi)

  • 1894 (B.E. 2437) – Elevated to Principal Queen Consort (Phra Akkharajadevi)

  • 1897 (B.E. 2440) – Elevated to Queen Regent, ruling the kingdom during King Chulalongkorn’s European tour

In recognition of her regency, she was formally proclaimed Queen Saovabha Phongsri, Queen Regent of Siam.

Queen Mother of the Nation

In 1910 (B.E. 2453), during the reign of King Vajiravudh
(พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6), she was bestowed the title:

Queen Saovabha Phongsri, the Queen Mother
(สมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี)

She was affectionately known throughout the kingdom as “Somdet Phra Phan Pi Luang”
(สมเด็จพระพันปีหลวง – the Royal Grandmother of the Nation).

Religion, Charity, and Public Welfare

Queen Saovabha Phongsri was deeply devoted to Theravāda Buddhism, consistently donating royal funds to temples throughout Bangkok and the provinces. Her charitable works included:

  • Endowments for monasteries

  • Regular alms and food offerings to monks and novices

  • Royal subsidies for temple utilities and maintenance

Education, Healthcare, and Social Reform

She firmly believed that education was the foundation of national progress, especially for women. Using her personal wealth, she founded and patronised numerous institutions, including:

  • Rajini School (โรงเรียนราชินี)

  • Saovabha School (โรงเรียนเสาวภา)

  • School of Midwifery, later the Faculty of Nursing, Mahidol University

  • Wichienmatu School (โรงเรียนวิเชียรมาตุ)

  • Sapha Rachinee School, Trang (โรงเรียนสภาราชินี จังหวัดตรัง)

  • Chomsurang Upatham School, Ayutthaya

  • Rajini Burana School, Nakhon Pathom

She was also instrumental in founding the Siamese Red Cross Society (สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม) and served as its President for 26 years, donating substantial funds to hospitals nationwide.

At Siriraj Hospital, she personally provided financial assistance to every woman giving birth, reflecting her enduring compassion for maternal and child welfare.

Passing and Legacy

Queen Saovabha Phongsri passed away on 20 October 1919 (B.E. 2462) at the age of 57.
Her royal cremation took place at Sanam Luang on 24 May 1920 (B.E. 2463).

Her legacy endures as one of the most influential female figures in Siamese history—a queen, regent, mother of kings, patron of education, and architect of modern public welfare in Thailand.

This AI-enhanced collection is created for historical interpretation and cultural education. The images are not original photographs but contemporary visual reconstructions produced with artistic discretion.

___________

เรียนเชิญกด Subscribe ได้ที่ลิงก์นี้ครับ เพื่อร่วมติดตามงานสร้างสรรค์ต้นฉบับ งานวิจัยประวัติศาสตร์แฟชั่น และผลงานอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมด้วยเทคโนโลยี AI ของ AI Fashion Lab, London ซึ่งมุ่งตีความอดีตผ่านมิติใหม่ของการบูรณะภาพ การสร้างสรรค์ภาพ และการเล่าเรื่องด้วยศิลปะเชิงดิจิทัล 🔗 https://www.facebook.com/aifashionlab/subscribe/

#aifashionlab #AI #aiartist #aiart #aifashion #aifashiondesign #aifashionstyling #aifashiondesigner #fashion #fashionhistory #historyoffashion #fashionstyling #fashionphotography #digitalfashion #digitalfashiondesign #digitalcostumedesign #digitaldesign #digitalaiart #ThaiFashionHistory #ThaiFashionAI #thailand #UNESCO

Previous
Previous

๑ มกราคม วันคล้ายวันพระราชสมภพ ของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

Next
Next

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๙ / 2026 🎉✨