สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๘ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ

สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๘ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ

ภาพที่ได้รับการบูรณะและสร้างสรรค์ด้วยเทคโนโลยี AI นี้ คือพระรูปแบบเสมือนจริงของ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๘ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

เป้าหมายของการบูรณะพระรูปสมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ คือการฟื้นคืนประวัติศาสตร์ด้านภาพเสมือนจริงของสมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ผ่านหลักฐานภาพถ่ายที่หลงเหลืออยู่จริง

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ พระนามเดิม วาสน์ ฉายา วาสโน เป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระองค์ที่ ๑๘ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สถิต ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ทรงดำรงตำแหน่งเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๗ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงอยู่ในตำแหน่ง ๑๔ พรรษา ประสูติเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๔๐ และสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ สิริพระชันษา ๙๑ ปี ๕ เดือน ๒๕ วัน

เมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๑ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๑๐) ขณะทรงดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จออกทรงพระผนวช โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีทรงผนวช ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ (วาสน์ วาสโน) เป็นพระราชอุปัธยาจารย์ และ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน) (สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๙) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับถวายพระสมณนามว่า “วชิราลงฺกรโณ” เสร็จแล้วเสด็จไปประทับ ณ พระตำหนักปั้นหย่า วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร มีพระมหารัชมงคลดิลก (บุญเรือน ปุณฺณโก) เป็นพระอภิบาล ทรงลาสิกขาในวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๑ เป็นเวลา ๑๕ วัน การทรงผนวชในครั้งนี้เป็นไปตามพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนา เพื่อศึกษาและปฏิบัติธรรม โดยมีพระมหากรุณาธิคุณให้จัดการพระราชพิธีขึ้น เพื่อเป็นแบบอย่างแห่งการบำเพ็ญเพียร

พระประวัติ

ประสูติ
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ มีพระนามเดิมว่า มัทรี นิลประภา ภายหลังเปลี่ยนพระนามเป็น วาสน์ ประสูติเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๔๐ เวลา ๑๙.๓๓ น. (หากนับการขึ้นปีใหม่แบบปัจจุบันที่ขึ้นปีใหม่วันที่ ๑ มกราคม จะตรงกับปี ๒๔๔๑) ที่ตำบลบ่อโพง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นบุตรคนโตของพระชนกผาด และพระชนนีบาง นิลประภา

อุปสมบท
พระองค์ได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๕ โดยมีสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ ครั้งทรงกรมหมื่น เป็นพระอุปัชฌาย์ พระวินัยมุนี (แปลก วุฑฺฒิญาโณ) เป็นพระศีลาจารย์ แล้วอุปสมบทเป็นพระภิกษุในวันที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๖๑ โดยมีพระอุปัชฌาย์พระองค์เดิม พระวินัยมุนีเป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระญาณดิลก (รอด วราสโย) วัดเสนาสนาราม พระนครศรีอยุธยา เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “วาสโน”

การศึกษา
เมื่ออุปสมบทแล้วได้ศึกษาพระปริยัติธรรมจนสอบได้ตามลำดับดังนี้
– พ.ศ. ๒๔๕๘ นักธรรมชั้นตรี
– พ.ศ. ๒๔๕๙ สอบได้เปรียญธรรม ๓ ประโยค ได้รับพระราชทานพัดใบตาลพื้นแพรเขียวประดับเลื่อม เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๐ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย
– พ.ศ. ๒๔๖๑ สอบได้นักธรรมชั้นโท
– พ.ศ. ๒๔๗๐ สอบได้เปรียญธรรม ๔ ประโยค

พระเกียรติยศ
– พ.ศ. ๒๔๖๕ เป็นพระครูฐานานุกรมในสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ ที่ พระครูโฆสิตสุทธสร
– พ.ศ. ๒๔๖๖ เป็นพระครูฐานานุกรมในสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ ที่ พระครูธรรมธร และพระครูวิจิตรธรรมคุณ ตามลำดับ
– พ.ศ. ๒๔๗๗ เป็นพระราชาคณะปลัดซ้ายฐานานุกรมในสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ ที่ พระจุลคณิศร สัทธรรมนิติธรมหาเถราธิการ คณกิจบรรหารธุรการี สมุหบดีศรีธรรมภาณกาจารย์
– พ.ศ. ๒๔๘๙ เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชกวี นรสีหพจนปิลันธน์ คันถรจนาบัณฑิต ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี
– พ.ศ. ๒๔๙๐ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่ พระเทพโมลี ตรีปิฎกธาดา มหากถิกสุนทร ยติคณิศร บวรสังฆาราม คามวาสี
– พ.ศ. ๒๔๙๒ เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่ พระธรรมปาโมกข์ ยุตตโยคญาณดิลก ไตรปิฎกธารี ธรรมวาที ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี
– พ.ศ. ๒๕๐๐ เป็นรองสมเด็จพระราชาคณะ ที่ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ ญาณวิสุทธิจริยาปริณายก ตรีปิฎกคุณาลังการ นานานสถานราชคมนีย์ สาธุการีธรรมากร สุนทรศีลาทิขันธ์
– พ.ศ. ๒๕๐๖ เป็นสมเด็จพระราชาคณะ ที่ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ญาณอดุล สุนทรนายก ตรีปิฎกวิทยาคุณ วิบุลคัมภีรญาณสุนทร ธรรมิกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัณยวาสี
– พ.ศ. ๒๕๑๗ เป็นสมเด็จพระสังฆราช ที่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สุขุมธรรมวิธานธำรง สกลมหาสงฆปริณายก ตรีปิฎกคัมภีรญาณ วาสนภิธานสังฆวิสุต ปาวจนุตตมโสภณ ภัทรผลสาธารณูปกร ชินวรวงศวิวัฒ พุทธบริษัทคารวสถาน วิจิตรปฏิภาณพัฒนคุณ วิบุลศีลสมาจารวัตรสุนทร บวรธรรมบพิตร สมเด็จพระสังฆราช

ภายหลังการสิ้นพระชนม์
วันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ทรงได้รับการสถาปนาพระอัฐิเป็น สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ ธรรมาภรณคุณวิจิตรปฏิภาณ สุขุมธรรมวิธานธำรง อริยวงศาคตญาณวิมล สกลมหาสงฆปริณายก ตรีปิฎกคัมภีรญาณบัณฑิต วชิราลงกรณนริศหิโตปัธยาจารย์ วาสนภิธานสังฆวิสุต ปาวจนุตตมพิศาล นิทัศนนิทานนิพนธปรีชา ปาวจนุตตมโสภณ ภัทรผลสาธารณูปการ วิมลศีลสมาจารวัตรสุนทร สรรพคณิศรมหาสังฆาธิบดี ศรีสมณุดมบรมบพิตร

สิ้นพระชนม์
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (วาสนมหาเถร) สิ้นพระชนม์ด้วยพระโรคพระปัปผาสะอักเสบ พระหทัยวาย ณ โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ เวลา ๑๖.๕๐ น.

วันเสาร์ที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ เวลา ๑๖.๓๐ น. พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ไปในการพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (วาสน์ วาสโน) ณ พระเมรุ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ประดิษฐานพระอัฐิ ณ พระวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร

ในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงสถาปนาพระอัฐิของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (วาสน์ วาสโน) ในฐานะพระราชอุปัธยาจารย์เมื่อครั้งทรงผนวช ขึ้นเป็น “สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ” ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานจัดฉัตรตาดเหลือง ๕ ชั้น ถวายกางกั้นพระรูปบรรจุพระสรีรางคาร ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แบ่งพระอัฐิบรรจุลงพระโกศทองคำ เชิญมาประดิษฐานในหอพระนาก วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อเป็นที่ทรงสักการบูชาและทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายในพระฐานะพระบุพการีทางธรรมสืบไป

สมเด็จพระสังฆราช (พระราชอุปัธยาจารย์) และพระภิกษุสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ฉาย ณ พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๑

_____________

‍ ‍

The Eighteenth Supreme Patriarch of Rattanakosin
Somdet Phra Sangharaja Chao Krom Luang Chinworalongkorn (สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ)

The 18th Supreme Patriarch of the Rattanakosin Kingdom was Somdet Phra Sangharaja Chao Krom Luang Chinworalongkorn (สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ).

This AI-restored and creatively reconstructed image presents a lifelike representation of Somdet Phra Sangharaja Chao Krom Luang Chinworalongkorn (สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ), the 18th Supreme Patriarch of Rattanakosin.

The objective of restoring the portraits of the Supreme Patriarchs of Rattanakosin is to revive their visual historical presence through surviving photographic evidence, reconstructing them in a realistic and historically respectful manner.

Biography

Somdet Phra Sangharaja Chao Krom Luang Chinworalongkorn (สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ)
Born Was (วาสน์), with the monastic name Wasano (วาสโน), he served as the 18th Supreme Patriarch (Somdet Phra Sangharaja, สกลมหาสังฆปริณายก) of the Rattanakosin Kingdom. He was based at Wat Ratchabophit Sathit Maha Simaram Ratchaworawihan (วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร).

He assumed the position of Supreme Patriarch in B.E. 2517 (1974 CE), during the reign of King Bhumibol Adulyadej The Great (พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร, Rama IX), and remained in office for 14 years.

He was born on 2 March B.E. 2440 (1897 CE) and passed away on 27 August B.E. 2531 (1988 CE), at the age of 91 years, 5 months, and 25 days.

‍ ‍

Royal Ordination of King Rama X

On 6 November B.E. 2521 (1978 CE), King Vajiralongkorn (พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว, Rama X), then holding the title of Crown Prince (สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร), entered the monkhood.

His ordination ceremony was graciously arranged by King Bhumibol Adulyadej The Great (Rama IX) at the Ubosot of Wat Phra Si Rattana Satsadaram (วัดพระศรีรัตนศาสดาราม).

On that occasion:

  • Somdet Phra Sangharaja Chao Krom Luang Chinworalongkorn (วาสน์ วาสโน) served as the Royal Preceptor (พระราชอุปัธยาจารย์).

  • Somdet Phra Sangharaja Chao Krom Luang Vajirananavarorasa (สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร – เจริญ สุวฑฺฒโน), the 19th Supreme Patriarch, served as the Kammavacacariya (พระกรรมวาจาจารย์).

The Crown Prince received the monastic name “Vajiralongkorno” (วชิราลงฺกรโณ).

After ordination, he resided at the Panya Residence (พระตำหนักปั้นหย่า) at Wat Bowonniwet Vihara (วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร), with Phra Maha Ratchamongkhon Dilok (พระมหารัชมงคลดิลก – บุญเรือน ปุณฺณโก) acting as his mentor. He remained in monkhood for 15 days, disrobing on 20 November B.E. 2521.

The ordination reflected deep royal devotion to Buddhism and served as an exemplary act of spiritual discipline.

‍ ‍

Early Life

He was originally named Matri Nilprapha (มัทรี นิลประภา), later renamed Was (วาสน์).

He was born on 2 March B.E. 2440 at 19:33 hrs in Bo Phong Subdistrict, Nakhon Luang District, Phra Nakhon Si Ayutthaya Province. (Under the modern New Year system beginning on 1 January, the year corresponds to B.E. 2441.)

He was the eldest son of Phat (ผาด) and Bang Nilprapha (บาง นิลประภา).

Ordination

He was ordained as a novice (samanera) at Wat Ratchabophit on 22 March B.E. 2455, with:

  • Somdet Phra Maha Samanachao Krom Phra Chinwornwisutthithewarayawong (สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์) as Preceptor

  • Phra Vinayamuni (พระวินัยมุนี – แปลก วุฑฺฒิญาโณ) as Preceptor of Morality

He was fully ordained as a monk on 2 July B.E. 2461, receiving the monastic name Wasano (วาสโน).

‍ ‍

Education

After higher ordination, he pursued ecclesiastical studies and passed the following levels:

  • B.E. 2458 – Nak Tham Tri (Elementary Dhamma Studies)

  • B.E. 2459 – Passed Pali Studies Level 3 (Parian 3); received a royal palm-leaf fan at the Amarindra Vinijaya Throne Hall (พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย) on 17 December B.E. 2460

  • B.E. 2461 – Nak Tham Tho

  • B.E. 2470 – Passed Pali Studies Level 4

Ecclesiastical Titles and Honours

Throughout his career, he received successive promotions within the Thai Sangha hierarchy, including:

  • 2465 – Phra Khru Thananukrom (พระครูฐานานุกรม)

  • 2489 – Phra Ratchakhana (พระราชาคณะ)

  • 2490 – Phra Thep Moli (พระเทพโมลี)

  • 2492 – Phra Thammapamok (พระธรรมปาโมกข์)

  • 2500 – Phra Ubalikhunupamacharn (พระอุบาลีคุณูปมาจารย์)

  • 2506 – Somdet Phra Phutthakosacharn (สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์)

  • 2517 – Appointed Supreme Patriarch with the full ecclesiastical title beginning “Somdet Phra Ariyavongsagatayan…” (สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ)

‍ ‍

Passing and Royal Cremation

He passed away from pulmonary inflammation and heart failure at Siriraj Hospital (โรงพยาบาลศิริราช) on Saturday, 27 August B.E. 2531 at 16:50 hrs.

On Saturday, 18 March B.E. 2532 at 16:30 hrs, King Bhumibol Adulyadej The Great and Queen Sirikit (สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง) presided over his royal cremation ceremony at Wat Thepsirintrawat Ratchaworawihan (วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร). His relics were later enshrined at Wat Ratchabophit Sathit Maha Simaram.

‍ ‍

Posthumous Royal Elevation

In B.E. 2562 (2019 CE), King Vajiralongkorn elevated his relics to the title:

Somdet Phra Sangharaja Chao Krom Luang Chinworalongkorn (สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ)

A five-tiered yellow ceremonial umbrella was installed over his relic shrine at Wat Ratchabophit, and portions of his relics were enshrined in a golden urn at the Ho Phra Nak within Wat Phra Si Rattana Satsadaram, in honour of his role as Royal Preceptor at the King’s ordination and as a revered spiritual predecessor.

Somdet Phra Sangharaja (Royal Preceptor) and the monk Crown Prince photographed at the Ubosot of Wat Ratchabophit on 6 November B.E. 2521.

_____________

‍ ‍

เรียนเชิญกด Subscribe ได้ที่ลิงก์นี้ครับ เพื่อร่วมติดตามงานสร้างสรรค์ต้นฉบับ งานวิจัยประวัติศาสตร์แฟชั่น และผลงานอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมด้วยเทคโนโลยี AI ของ AI Fashion Lab, London ซึ่งมุ่งตีความอดีตผ่านมิติใหม่ของการบูรณะภาพ การสร้างสรรค์ภาพ และการเล่าเรื่องด้วยศิลปะเชิงดิจิทัล 🔗 https://www.facebook.com/aifashionlab/subscribe/

#aifashionlab #AI #aiartist #aiart #aifashion #aifashiondesign #aifashionstyling #aifashiondesigner #fashion #fashionhistory #historyoffashion #fashionstyling #fashionphotography #digitalfashion #digitalfashiondesign #digitalcostumedesign #digitaldesign #digitalaiart #ThaiFashionHistory #ThaiFashionAI #thailand #UNESCO 

Previous
Previous

John Thomson: Siam — A Colourisation Project

Next
Next

สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๗ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (ปุ่น ปุณฺณสิริ)