สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๒๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร)

สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๒๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร) 


สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) พระนามเดิม อัมพร ประสัตถพงศ์ (ประสูติ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๐) เป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระองค์ที่ ๒๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และประธานกรรมการมหาเถรสมาคม ตั้งแต่วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว นับเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์แรกในรัชกาลปัจจุบัน และเป็นพระองค์ที่ ๗ ที่มิได้ทรงเชื้อสายพระราชวงศ์

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) ทรงเติบโตในครอบครัวชาวพุทธสามัญชนในอำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี ทรงมีความมุ่งมั่นในการศึกษาพระธรรมวินัยและพระไตรปิฎกอย่างลึกซึ้ง ผ่านการศึกษาพระปริยัติธรรมในฝ่ายธรรมยุติกนิกาย และดำรงชีพตามแนวทางพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ปัจจุบันทรงดำรงตำแหน่งสำคัญหลายประการ เช่น เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต และแม่กองงานพระธรรมทูต พระองค์ยังมีบทบาทสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ และเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระองค์ที่ ๒๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ และเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์แรกในรัชกาลที่ ๑๐ โดยในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระชนมายุ ๙๐ พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๐ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานถวายพัดแฉกงาพิเศษประดับพลอย และในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระชนมายุ ๘ รอบ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๖ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานถวายพัดรัตนาภรณ์ ว.ป.ร. ชั้น ๑ แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นราชสักการะและพระเกียรติยศพิเศษ นับเป็นสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๗ และสมเด็จพระสังฆราชจากสามัญชน มิใช่พระราชวงศ์ พระองค์ที่ ๓ ที่ทรงได้รับเป็นพระเกียรติยศอย่างสูงในประวัติศาสตร์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

พระประวัติ
พระชาติกำเนิด

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ มีพระนามเดิมว่า อัมพร ประสัตถพงค์ ประสูติเมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๐ ตรงกับแรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๗ ปีเถาะ ณ บ้านเลขที่ ๒๘ หมู่ที่ ๑ ตำบลบางป่า อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี พระชนกมีนามว่า นับ ประสัตถพงค์ (สกุลเดิม: แซ่ตั๊ง) เป็นผู้มีเชื้อสายจีนแต้จิ๋ว ประกอบอาชีพค้าขาย ส่วนพระชนนีมีนามว่า ตาล ประสัตถพงค์ (สกุลเดิม: วรกี) เป็นสตรีชาวไทยเชื้อสายพื้นเมือง ครอบครัวมีฐานะปานกลาง มีวิถีชีวิตเรียบง่ายตามขนบธรรมเนียมของชาวราชบุรีในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ทั้งสองมีบุตรธิดารวม ๙ คน โดยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณเป็นบุตรคนที่ ๒ พี่น้องตามลำดับได้แก่ สุนีย์ บูรพาพร, สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร), สุมนรัตน์ อ่อนโยน, พระพรหมมงคลวัชราจารย์ (ไสว วฑฺฒโน) ซึ่งดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๔–๑๕ (ธรรมยุต) และเจ้าอาวาสวัดศรีสุริยวงศารามวรวิหาร, เพ็ญศรี วิเชียรทอง, สวัสดิ์ ประสัตถพงศ์, สุนันท์ ประสัตถพงศ์, เตือนจิตต์ มิ่งคำเลิศ และพิณรัตน์ เปี่ยมราศีสกุล

ด้วยความที่ครอบครัวมีบุตรมาก และต้องการแบ่งเบาภาระในการดูแล พระองค์จึงได้รับการอุปการะในช่วงต้นวัยจาก นาวาอากาศโท ทรัพย์ วรกี ลุงฝ่ายมารดา ซึ่งรับราชการทหารในกองทัพอากาศไทยประจำอยู่ที่จังหวัดลพบุรี ทำให้พระองค์ได้ย้ายไปพำนักและเข้ารับการศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ ๑ ณ โรงเรียนเทวานุเคราะห์ กองบินน้อยที่ ๔ ตำบลโคกกะเทียม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ต่อมาเมื่อสำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ พระองค์ได้ย้ายกลับมายังบ้านเกิด เพื่อศึกษาต่อ ณ โรงเรียนประชาบาลวัดพเนินพลู ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลบางป่า อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ใน พ.ศ. ๒๔๘๐

การบรรพชาอุปสมบท

เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๓ พระองค์ทรงบรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดสัตตนารถปริวัตรวรวิหาร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี โดยมีพระธรรมเสนานี (เงิน นนฺโท) เป็นพระอุปัชฌาย์ แล้วย้ายไปอยู่วัดตรีญาติเพื่อศึกษาพระปริยัติธรรม โดยมีพระครูศรีธรรมานุศาสน์ (โสตถิ์ สุมิตฺตเถร) เป็นพระอาจารย์คอยอบรมพระธรรมวินัย

ต่อมาได้ทรงเข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๑ ณ พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ เมื่อครั้งทรงดำรงสมณศักดิ์ที่พระเทพโมลี เป็นพระอุปัชฌาย์ และสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินฺตากโร) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระจินดากรมุนี เป็นพระกรรมวาจาจารย์

การศึกษาพระปริยัติธรรม

ขณะจำพรรษาที่วัดตรีญาติ ตำบลพงสวาย สามเณรอัมพร ประสัตถพงศ์ สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรีในปี พ.ศ. ๒๔๘๓ สอบได้นักธรรมชั้นโทในปีต่อมา ถึงปี พ.ศ. ๒๔๘๖ สามารถสอบได้นักธรรมชั้นเอกและเปรียญธรรม ๓ ประโยค และสอบได้เปรียญธรรม ๔ ประโยคในปี พ.ศ. ๒๔๘๘

เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๐ ทรงย้ายมาอยู่จำพรรษา ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินฺตากโร) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระจินดากรมุนี นำมาฝากกับสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ เมื่อครั้งทรงดำรงสมณศักดิ์ที่พระเทพโมลี และภายหลังทรงอุปสมบท พระองค์ได้ทรงศึกษาพระปริยัติธรรมต่อในสำนักเรียนวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๙๑ สามารถสอบได้เปรียญธรรม ๕ ประโยค และ พ.ศ. ๒๔๙๓ สามารถสอบได้เปรียญธรรม ๖ ประโยค

หลังเป็นเปรียญ ๕ ประโยค พระองค์ได้ศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เป็นนักศึกษารุ่นที่ ๕ จบศาสนศาสตรบัณฑิต เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๐ และทรงเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ณ มหาวิทยาลัยพาราณสี (Banaras Hindu University) ประเทศอินเดีย จบการศึกษาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๒ ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี

ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ สภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ถวายศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพุทธศาสตร์
ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถวายปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาธรรมนิเทศ

สมเด็จพระสังฆราช

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ และเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระองค์ที่ ๒๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ และเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์แรกในรัชกาลที่ ๑๐ ด้วยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชศรัทธาเลื่อมใส โดยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจเผยแผ่ และจรรโลงพระพุทธศาสนาให้กว้างขวางแพร่หลายและมั่นคง พุทธศาสนิกชนจึงมีความเลื่อมใสศรัทธา ทั้งมีพระจริยวัตรที่ทรงมีความสมถะ เรียบง่าย เคร่งครัดในพระธรรมวินัย และมีพระเมตตาสูง

ผู้เขียนได้มีโอกาสบรรพชาอุปสมบท ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เป็นระยะเวลา ๑ เดือน เพื่อศึกษาพระธรรมวินัย นับเป็นมงคลอันยิ่งในชีวิตที่ได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ พระอารามหลวงสำคัญแห่งนี้ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ในช่วงฤดูร้อน โดยเป็นช่วงเวลาก่อนปีสุดท้ายที่สมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบัน สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) จะทรงเว้นจากการเป็นพระอุปัชฌาย์ และทรงมอบหน้าที่ให้สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อคฺคชิโน) ปฏิบัติหน้าที่แทนพระองค์สืบต่อมา

___________

The Twentieth Supreme Patriarch
Somdet Phra Ariyavongsagatanana (Amborn Ambaro)
(สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร))

The 20th Supreme Patriarch of the Rattanakosin Kingdom
Somdet Phra Ariyavongsagatanana, the Supreme Patriarch (Sangharaja), Sakkalamahasanghaparinayok (Amborn Ambaro)
(สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร)

Somdet Phra Ariyavongsagatanana (Amborn Ambaro) (สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร)) was born Amborn Prasatthaphong (อัมพร ประสัตถพงศ์) on 26 June 1927 (B.E. 2470). He is the 20th Supreme Patriarch (Somdet Phra Sangharaja), Sakkalamahasanghaparinayok, of the Rattanakosin Kingdom and has served as President of the Supreme Sangha Council since 12 February 2017 (B.E. 2560), during the reign of His Majesty King Maha Vajiralongkorn Phra Vajiraklaochaoyuhua (พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว). He is the first Supreme Patriarch appointed in the present reign and the seventh Supreme Patriarch who was not born into the royal family.

He was raised in a lay Buddhist family in Mueang Ratchaburi District, Ratchaburi Province. From a young age, he demonstrated strong dedication to the study of the Dhamma-Vinaya and the Tipitaka, pursuing advanced ecclesiastical studies within the Dhammayuttika Nikaya. He has consistently lived in strict accordance with monastic discipline.

At present, he holds several significant positions, including Abbot of Wat Ratchabophit Sathit Maha Simaram Ratchaworawihan (วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร), Chief of the Dhammayuttika Nikaya, and Director-General of the Dhammaduta (Buddhist missionary) programme. He also plays an important role in propagating Buddhism both domestically and internationally and serves as President of the Council of Mahamakut Buddhist University.

His Majesty King Maha Vajiralongkorn Phra Vajiraklaochaoyuhua graciously appointed him Supreme Patriarch on 6 February 2017 (B.E. 2560). The Royal Investiture Ceremony was held at the Ubosot of Wat Phra Si Rattana Satsadaram (วัดพระศรีรัตนศาสดาราม) in the Grand Palace on 12 February 2017. He thus became the first Supreme Patriarch of the Tenth Reign.

On the occasion of his 90th Birthday Anniversary on 26 June 2017 (B.E. 2560), His Majesty graciously presented him with a special ivory ceremonial fan adorned with jewels. Later, on the occasion of his 8th Cycle Birthday Anniversary (96 years) on 26 June 2023 (B.E. 2566), His Majesty graciously presented him with the Rattanabharana Fan, V.P.R. Class 1, as a mark of royal honour and special distinction. He is the seventh Supreme Patriarch and the third Supreme Patriarch of commoner origin to have received such exceptional royal distinction in the history of the Rattanakosin Kingdom.

Biography

Birth and Family Background

Somdet Phra Ariyavongsagatanana (Amborn Ambaro) was born Amborn Prasatthaphong on 26 June 1927 (B.E. 2470), corresponding to the 12th waning day of the 7th lunar month, Year of the Rabbit, at 28 Moo 1, Bang Pa Subdistrict, Mueang Ratchaburi District, Ratchaburi Province.

His father, Nap Prasatthaphong (นับ ประสัตถพงค์), formerly of the Tang (แซ่ตั๊ง) Chinese Teochew lineage, was a merchant. His mother, Tan Prasatthaphong (ตาล ประสัตถพงค์), née Woraki (วรกี), was of native Thai descent. The family lived modestly according to the traditional way of life in Ratchaburi before the Second World War.

He was the second of nine children. His siblings include Sunee Buraphaporn, Somdet Phra Ariyavongsagatanana (Amborn Ambaro), Sumanrat Onyon, Phra Phrommongkol Watcharachan (Sawai Vaddhano) — currently Advisor to Ecclesiastical Region 14–15 (Dhammayuttika) and Abbot of Wat Si Suriyawong Warawihan — Pensri Wichianthong, Sawat Prasatthaphong, Sunan Prasatthaphong, Tueanjit Mingkhamloet, and Phinrat Piamrasisakul.

Due to the large size of the family, he was raised during his early years under the care of his maternal uncle, Squadron Leader Sap Woraki, an officer in the Royal Thai Air Force stationed in Lopburi Province. He began his primary education at Thewanukroh School, Wing 4 Air Base, Khok Kathiam Subdistrict, Mueang Lopburi District. After completing Primary 1, he returned to his hometown to continue his studies at Wat Phaneun Phlu School in Bang Pa Subdistrict, completing Primary 4 in 1937 (B.E. 2480).

Novice Ordination and Higher Ordination

In 1940 (B.E. 2483), he was ordained as a novice at Wat Sattanat Pariwat Worawihan in Ratchaburi Province, with Phra Thammasenani (Ngoen Nando) as his preceptor. He later moved to Wat Trinyat to pursue further ecclesiastical studies under Phra Khru Srithammanusas (Sot Sumittathera).

He was ordained as a bhikkhu on 9 May 1948 (B.E. 2491) at the Ubosot of Wat Ratchabophit Sathit Maha Simaram in Bangkok. His preceptor was Somdet Phra Sangharaja Chao Krom Luang Chinwaralongkorn (สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ), then holding the rank of Phra Thep Moli. The chanting preceptor (kammavacacariya) was Somdet Phra Phutthapapajonbodi (Thongchuea Jintakaro), then holding the rank of Phra Chindakamuni.

Ecclesiastical Education

While residing at Wat Trinyat, he passed the Nak Tham Tri examination in 1940, Nak Tham Tho the following year, and in 1943 passed Nak Tham Ek and Pali Studies Level 3. He passed Pali Studies Level 4 in 1945.

In 1947 he moved to reside at Wat Ratchabophit, where he continued his studies. He passed Pali Studies Level 5 in 1948 and Level 6 in 1950.

After attaining Pali Level 5, he enrolled at Mahamakut Buddhist University (มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย), graduating with a Bachelor of Religious Studies in 1957 (B.E. 2500). He later pursued postgraduate studies at Banaras Hindu University in India, completing a Master’s degree in History and Archaeology in 1969 (B.E. 2512).

In 2009 (B.E. 2552), Mahamakut Buddhist University conferred upon him an Honorary Doctorate in Buddhist Studies. In 2010 (B.E. 2553), Mahachulalongkornrajavidyalaya University conferred upon him an Honorary Doctorate in Buddhist Communication.

As Supreme Patriarch

Following his appointment on 6 February 2017 and formal investiture on 12 February 2017, Somdet Phra Ariyavongsagatanana (Amborn Ambaro) has faithfully carried out his ecclesiastical duties in promoting and sustaining Buddhism both nationally and internationally.

His conduct is widely admired for its simplicity, discipline, and strict adherence to the Dhamma-Vinaya, as well as for his profound compassion. Through his leadership, Buddhism in Thailand continues to be strengthened and widely propagated, earning the deep reverence and faith of the Buddhist community.

The author had the opportunity to undertake novice and higher ordination at Wat Ratchabophit Sathit Maha Simaram Ratchaworawihan (วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร) for a period of one month in order to study the Dhamma and Vinaya. It was a profoundly auspicious milestone in life to have entered the ordination ceremony at this important Royal Monastery in the summer of B.E. 2562 (2019), during the final year before the present Supreme Patriarch, Somdet Phra Ariyavongsagatanana (Amborn Ambaro) (สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร)), ceased serving as preceptor and entrusted the duty thereafter to Somdet Phra Maha Wirawong (Suchin Aggachino) (สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อคฺคชิโน)).

___________

เรียนเชิญกด Subscribe ได้ที่ลิงก์นี้ครับ เพื่อร่วมติดตามงานสร้างสรรค์ต้นฉบับ งานวิจัยประวัติศาสตร์แฟชั่น และผลงานอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมด้วยเทคโนโลยี AI ของ AI Fashion Lab, London ซึ่งมุ่งตีความอดีตผ่านมิติใหม่ของการบูรณะภาพ การสร้างสรรค์ภาพ และการเล่าเรื่องด้วยศิลปะเชิงดิจิทัล เรียนเชิญกด Subscribe ได้ที่ลิงก์นี้ครับ เพื่อร่วมติดตามงานสร้างสรรค์ต้นฉบับ งานวิจัยประวัติศาสตร์แฟชั่น และผลงานอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมด้วยเทคโนโลยี AI ของ AI Fashion Lab, London ซึ่งมุ่งตีความอดีตผ่านมิติใหม่ของการบูรณะภาพ การสร้างสรรค์ภาพ และการเล่าเรื่องด้วยศิลปะเชิงดิจิทัล https://www.facebook.com/aifashionlab/subscribe/

#aifashionlab #AI #aiartist #aiart #aifashion #aifashiondesign #aifashionstyling #aifashiondesigner #fashion #fashionhistory #historyoffashion #fashionstyling #fashionphotography #digitalfashion #digitalfashiondesign #digitalcostumedesign #digitaldesign #digitalaiart #ThaiFashionHistory #ThaiFashionAI #thailand #UNESCO 

Next
Next

สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร