จอมพล พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช
จอมพล พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช
ภาพที่ผ่านการบูรณะและสร้างสรรค์ด้วยเทคโนโลยี AI ภาพนี้ เป็นพระรูป จอมพล พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช (๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๑๙ – ๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๕๗) ทรงเป็นหนึ่งในพระราชโอรสกลุ่มแรกในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่เสด็จไปทรงศึกษาต่อยังทวีปยุโรป และภายหลังเสด็จนิวัติกลับประเทศไทย ทรงเข้ารับราชการในกองทัพบกและกระทรวงกลาโหม ทรงดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง และเป็น จอมพลพระองค์ที่สองของกองทัพบกสยาม ทรงเป็นต้นราชสกุล “จิรประวัติ”
กางเกงของนายทหารยศนายพลและจอมพลภายหลังการประกาศใช้พระราชกำหนดเครื่องแต่งตัวทหารบกรัตนโกสินทรศก 127 ในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นกางเกงขายาวสีน้ำเงินแก่ มีแถบสีบานเย็นกว้าง 1 ซม. 1 คู่ห่างกัน 1.5 ซม. และมีลวดสีบานเย็นอยู่ตรงกลาง พอขึ้นสมัยรัชกาลที่ 6 จึงเปลี่ยนมาเป็นกางเกงสีดำ แต่คงไว้ซึ่งแถบแถบสีบานเย็น จนกระทั่งทุกวันนี้
🔹พระกำเนิด
พระองค์มีพระนามเดิมว่า พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช
เป็นพระราชโอรสลำดับที่ ๑๘ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่ เจ้าจอมมารดาทับทิม พระสนมเอก (ธิดาของพระยาอัพภันตริกามาตย์ (ดิศ โรจนดิศ)) เมื่อวันอังคาร แรม ๖ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีชวด อัฐศก จ.ศ. ๑๒๓๘ ตรงกับวันที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๑๙ ณ พระบรมมหาราชวัง
ทรงมีพระกนิษฐาและพระกนิษฐภาดาร่วมเจ้าจอมมารดาเดียวกัน ๓ พระองค์ คือ
๑. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช (พระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช) ๒. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประเวศวรสมัย ๓. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกร (พระองค์เจ้าวุฒิชัยเฉลิมลาภ)
🔹การศึกษา
พระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาชั้นต้นที่โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ และเป็นหนึ่งในพระราชโอรสกลุ่มแรกที่เสด็จไปศึกษาต่อในยุโรป เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๘ พร้อมกับ
👑พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์
👑พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์
👑พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าประวิตรวัฒโนดม
พระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช ทรงศึกษาวิชาทหารที่ประเทศเดนมาร์ก ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๓๔–๒๔๓๗ ทรงได้รับพระราชทานยศ นายร้อยตรีในกองทัพบกเดนมาร์ก และภายหลังเมื่อทรงสำเร็จการศึกษาวิชาทหารปืนใหญ่ ได้รับพระยศ ร้อยเอก เมื่อวันที่ ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๔๓๙
🔹รับราชการ
เสด็จนิวัติพระนครเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๐ และทรงเข้ารับราชการในกองทัพบกและกระทรวงกลาโหม ทรงดำรงตำแหน่งสำคัญ ได้แก่
🔸ผู้บัญชาการกรมยุทธนาธิการ
🔸ปลัดกองทัพบก
🔸เสนาธิการทหารบก
🔸เสนาบดีกระทรวงกลาโหม
พระองค์ทรงเป็นจอมพลพระองค์ที่สองของกองทัพบกสยาม
ในวันที่ ๑๐ เมษายน รัตนโกสินทรศก ๑๓๑ (พ.ศ. ๒๔๕๕) โปรดเกล้าฯ ให้ทรงเป็นผู้บังคับการพิเศษ เสือป่ากองมณฑลนครไชยศรี
ขณะทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงกลาโหม พระองค์ทรงปรึกษากับ สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ เสนาธิการทหารบก ถึงความจำเป็นในการจัดตั้ง “กองบินทหารบก” เพื่อให้สยามมีเครื่องบินไว้ใช้ป้องกันประเทศเช่นอารยประเทศ ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็น กองทัพอากาศไทย
เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๔ โปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนเป็น พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช ทรงศักดินา ๑๕,๐๐๐ และเมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๔๕๖ ได้รับพระราชานุญาตให้ทรงแต่งเครื่องยศ “ขุนตำรวจเอกในกรมพระตำรวจ” เป็นกรณีพิเศษ ก่อนสิ้นพระชนม์เพียง ๒๒ วัน
🔹สิ้นพระชนม์
พระองค์ได้กราบถวายบังคมลาไปทรงรักษาพระอาการประชวร และเสด็จออกจากพระนครเมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ร.ศ. ๑๓๐ (พ.ศ. ๒๔๕๔) ต่อมาเมื่อพระอาการดีขึ้นจึงเสด็จนิวัติพระนคร แต่แล้วทรงสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๕๗ เวลา ๒๒:๔๓ น. ณ วังมหานาค สิริพระชันษา ๓๗ ปี ๘๙ วัน
วันรุ่งขึ้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานน้ำสรงพระศพ ณ วังมหานาค และโปรดให้ประกอบพระโกศกุดั่นใหญ่ แวดล้อมด้วยเครื่องสูง ๕ ชั้น พระพิธีธรรมสวดอภิธรรมมีกำหนด ๓ เดือน และพระราชทานเพลิงพระศพเมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๕๙ ณ พระเมรุ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร
🔹พระโอรสและพระธิดา
พระองค์ทรงได้รับพระราชทาน วังมหานาค จากสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงให้เป็นที่ประทับ และเป็นต้นราชสกุล “จิรประวัติ”
🔹ครั้งที่ ๑ เสกสมรสกับ หม่อมเจ้าหญิงประวาศสวัสดี จิรประวัติ (ราชสกุลเดิม โสณกุล) เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๔๑ มีพระโอรสและพระธิดา ๔ พระองค์ ได้แก่
๑. หม่อมเจ้าหญิงวิมลปัทมราช จิรประวัติ (๑๗ พฤษภาคม ๒๔๔๒ – ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๘)
๒. หม่อมเจ้าหญิงนิวาศสวัสดี จิรประวัติ (๑๖ กรกฎาคม ๒๔๔๓ – ๒๘ มีนาคม ๒๕๑๙)
๓. หม่อมเจ้าประสบศรีจิรประวัติ จิรประวัติ (๘ พฤศจิกายน ๒๔๔๔ – ๑๙ พฤศจิกายน ๒๔๘๓)
๔. หม่อมเจ้าหญิงไม่ปรากฏพระนาม
🔹ครั้งที่ ๒ ภายหลังหม่อมเจ้าหญิงประวาศสวัสดีสิ้นชีพตักษัย พระองค์ทรงเสกสมรสใหม่กับ หม่อมเจ้าหญิงสุมนมาลย์ จิรประวัติ(ราชสกุลเดิม โสณกุล) เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๔๗ ซึ่งทรงเป็นพระขนิษฐาแท้ ๆ ของชายาพระองค์แรก มีพระโอรส ๒ พระองค์ คือ
๑. หม่อมเจ้านิทัศนาธร จิรประวัติ (๙ มกราคม ๒๔๔๙ – ๓ มีนาคม ๒๕๐๖)
๒. หม่อมเจ้าขจรจิรพันธ์ จิรประวัติ (๑๖ ตุลาคม ๒๔๕๕ – ๑๕ สิงหาคม ๒๕๑๔) — เนื่องจากประสูติที่ต่างประเทศจึงมีพระนามลำลองว่า “ท่านชายนอก”
พระองค์ทรงเป็นตัวแทนของ “คนยุคใหม่แห่งกองทัพสยาม” ที่เปิดรับวิทยาการตะวันตก และเป็นผู้วางรากฐานการทหารและการบินในสยามอย่างแท้จริง
_______________
👑 Field Marshal Prince Chirapravati Voradej, Prince of Nakhon Chaisi Suradej
[จอมพล พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช]
This AI-restored and AI-enhanced image is a royal photographic portrait of Field Marshal Prince Chirapravati Voradej, Prince of Nakhon Chaisi Suradej [จอมพล พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช] (7 November 1876 – 4 February 1915) was one of the first royal sons of King Chulalongkorn, Rama V [พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5], to be sent to Europe for further education. After returning to Siam, he entered service in the Royal Siamese Army and the Ministry of Defence, holding several important positions. He became the second Field Marshal of the Royal Siamese Army, and was the founder of the royal family line “Chirapravati” [จิรประวัติ].
🔹 Birth
The Prince was originally named Prince Chirapravati Voradej [พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช].
He was the 18th royal son of King Chulalongkorn, Rama V [พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว], born to Chao Chom Manda Thapthim [เจ้าจอมมารดาทับทิม], a principal royal consort and daughter of Phraya Aphantarikamat [พระยาอัพภันตริกามาตย์ (ดิศ โรจนดิศ)]. He was born on Tuesday, the 6th waning day of the 12th lunar month, Year of the Rat, Chula Sakarat 1238, corresponding to 7 November 1876, at the Grand Palace [พระบรมมหาราชวัง].
His full siblings by the same mother were:
1. Prince Chirapravati Voradej, Prince of Nakhon Chaisi Suradej [พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช / พระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช]
2. Princess Pravess Vorasamai [พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประเวศวรสมัย]
3. Prince Vudhijaya Chalermlabh, Prince of Singha Vikrom Kriangkrai [พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกร / พระองค์เจ้าวุฒิชัยเฉลิมลาภ]
🔹 Education
The Prince received his early education at Suankularb Palace School [โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ]. In 1885, he was among the first group of royal sons sent to Europe for further study, together with:
👑 Prince Kitiyakara Voralaksana [พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์] 👑 Prince Rabi Badhanasakdi [พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์] 👑 Prince Pravitra Vadhanodom [พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าประวิตรวัฒโนดม]
Prince Chirapravati Voradej [พระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช] studied military science in Denmark between 1891 and 1894. He was granted the rank of Second Lieutenant in the Danish Army. Later, after completing his studies in artillery, he received the rank of Captain on 3 April 1896.
🔹 Military and Government Service
The Prince returned to Siam in 1897 and entered service in the Royal Siamese Army and the Ministry of Defence. He held a number of significant posts, including:
🔸 Commander of the Department of Military Operations [ผู้บัญชาการกรมยุทธนาธิการ]
🔸 Permanent Secretary of the Army [ปลัดกองทัพบก]
🔸 Chief of Staff of the Army [เสนาธิการทหารบก]
🔸 Minister of Defence [เสนาบดีกระทรวงกลาโหม]
He became the second Field Marshal of the Royal Siamese Army.
On 10 April 1912, corresponding to Rattanakosin Era 131, he was graciously appointed Special Commander of the Wild Tiger Corps of the Nakhon Chaisi Monthon [ผู้บังคับการพิเศษ เสือป่ากองมณฑลนครไชยศรี].
While serving as Minister of Defence, the Prince consulted with Prince Chakrabongse Bhuvanath, Prince of Phitsanulok Prachanat [สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ], then Chief of Staff of the Army [เสนาธิการทหารบก], on the necessity of establishing a Royal Siamese Army Flying Corps [กองบินทหารบก]. Their aim was for Siam to possess aircraft for national defence, in the same manner as other civilised nations. This initiative later developed into the Royal Thai Air Force [กองทัพอากาศไทย].
On 11 November 1911, he was elevated to the rank and title of Phra Chao Phi Ya Thoe Krom Luang Nakhon Chaisi Suradej [พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช], with a sakdina rank of 15,000.
On 12 January 1914, only 22 days before his death, he received special royal permission to wear the ceremonial rank dress of Khun Tamruat Ek in the Royal Police Department [ขุนตำรวจเอกในกรมพระตำรวจ].
🔹 Death
The Prince took leave to seek treatment for his illness and departed Bangkok on 11 January 1912, corresponding to Rattanakosin Era 130. After his condition improved, he returned to the capital. However, he later passed away on 4 February 1915 at 10:43 p.m. at Wang Maha Nak [วังมหานาค], at the age of 37 years and 89 days.
The following day, King Vajiravudh, Rama VI [พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6], proceeded to Wang Maha Nak [วังมหานาค] to pour the royal bathing water over the Prince’s body. The King graciously ordered that his remains be placed in the Great Kudan Royal Urn [พระโกศกุดั่นใหญ่], surrounded by five-tiered royal regalia. The chanting of the Abhidhamma by royal monks was scheduled for three months.
His royal cremation took place on 1 June 1916 at the royal crematorium at Wat Benchamabophit Dusitwanaram Ratchaworawihan [วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร].
🔹 Sons and Daughters
The Prince was granted Wang Maha Nak [วังมหานาค] by King Chulalongkorn, Rama V [สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง], as his residence. He became the founder of the royal family line “Chirapravati” [จิรประวัติ].
🔹 First Marriage
He married Mom Chao Princess Pravatsawat Chirapravati [หม่อมเจ้าหญิงประวาศสวัสดี จิรประวัติ], née Sonakul [ราชสกุลเดิม โสณกุล], on 12 August 1898.
They had 4 children:
1. Mom Chao Princess Wimonpatthamarat Chirapravati [หม่อมเจ้าหญิงวิมลปัทมราช จิรประวัติ] 17 May 1899 – 3 February 1965
2. Mom Chao Princess Niwat Sawat Chirapravati [หม่อมเจ้าหญิงนิวาศสวัสดี จิรประวัติ] 16 July 1900 – 28 March 1976
3. Mom Chao Prasopsri Chirapravati [หม่อมเจ้าประสบศรีจิรประวัติ จิรประวัติ] 8 November 1901 – 19 November 1940
4. An unnamed Mom Chao princess [หม่อมเจ้าหญิงไม่ปรากฏพระนาม]
🔹 Second Marriage
After the death of Mom Chao Princess Pravatsawat Chirapravati [หม่อมเจ้าหญิงประวาศสวัสดี จิรประวัติ], the Prince remarried Mom Chao Princess Sumanamala Chirapravati [หม่อมเจ้าหญิงสุมนมาลย์ จิรประวัติ], née Sonakul [ราชสกุลเดิม โสณกุล], on 28 April 1904. She was the younger full sister of his first consort.
They had 2 sons:
1. Mom Chao Nitassanathon Chirapravati [หม่อมเจ้านิทัศนาธร จิรประวัติ] 9 January 1906 – 3 March 1963
2. Mom Chao Khachon Chiraphan Chirapravati [หม่อมเจ้าขจรจิรพันธ์ จิรประวัติ] 16 October 1912 – 15 August 1971 As he was born abroad, he was affectionately known by the informal name “Than Chai Nok” [ท่านชายนอก].
Prince Chirapravati Voradej, Prince of Nakhon Chaisi Suradej [พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช], represented the “new generation of the Siamese military”: a modern royal officer who embraced Western scientific and military knowledge, and who played a truly foundational role in the development of Siam’s army and military aviation.
_______________
อ่านเพิ่มเติมและบทความภาษาอังกฤษได้ที่ :
เรียนเชิญกด Subscribe ได้ที่ลิงก์นี้ครับ เพื่อร่วมติดตามงานสร้างสรรค์ต้นฉบับ งานวิจัยประวัติศาสตร์แฟชั่น และผลงานอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมด้วยเทคโนโลยี AI ของ AI Fashion Lab, London ซึ่งมุ่งตีความอดีตผ่านมิติใหม่ของการบูรณะภาพ การสร้างสรรค์ภาพ และการเล่าเรื่องด้วยศิลปะเชิงดิจิทัล https://www.facebook.com/aifashionlab/subscribe/
#aifashionlab #AI #aiartist #aiart #aifashion #aifashiondesign #aifashionstyling #aifashiondesigner #fashion #fashionhistory #historyoffashion #fashionstyling #fashionphotography #digitalfashion #digitalfashiondesign #digitalcostumedesign #digitaldesign #digitalaiart #ThaiFashionHistory #ThaiFashionAI #thailand #UNESCO