สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช

พระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช

ภาพที่ได้รับการบูรณะและสร้างสรรค์ขึ้นด้วยเทคโนโลยี AI ในคอลเลกชันนี้ เป็นพระฉายาลักษณ์ของ สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ขณะทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช หรือที่เรียกกันอย่างลำลองว่า “สมเด็จวังบูรพา”

ในพระฉายาลักษณ์นี้ พระองค์ทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์แบบสมัยรัชกาลที่ ๕ สังเกตได้จากพระสนับเพลาที่ยังคงเป็นสีน้ำเงิน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีดำในสมัยรัชกาลที่ ๖ อีกทั้งเข็มขัดยังคงเป็นแบบเก่า

ในการสร้างสรรค์ภาพครั้งนี้ ได้นำตราสัญลักษณ์บน “หัวกระดาษ” ของสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ในฐานะผู้สำเร็จราชการกรมไปรษณีย์พระองค์แรก มาใช้เป็นลวดลายฉากหลัง เพื่อสะท้อนทั้งการออกแบบเชิงเอกสารราชการและบริบททางทัศนวัฒนธรรมในสมัยรัชกาลที่ ๕

_____________

สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี พระองค์ประสูติเมื่อวันพุธที่ ๑๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๐๒ ซึ่งเมื่อนับตามปฏิทินปัจจุบันตรงกับ พ.ศ. ๒๔๐๓ ณ พระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระบรมชนกนาถทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการสมโภชเมื่อพระชันษาได้ ๓ วัน และสมโภชเดือนตามลำดับ

พระองค์มีพระโสทรเชษฐาและพระโสทรเชษฐภคินีรวม ๓ พระองค์ ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจันทรมณฑล โสภณภควดี กรมหลวงวิสุทธิกระษัตริย์ และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงษ์

เมื่อพระชันษาได้ ๒ ปี พระมารดาเสด็จสวรรคต ต่อมาพระบิดาเสด็จสวรรคตขณะพระชันษาได้ ๑๐ ปี พระองค์ทรงเป็นผู้โปรยข้าวตอกในกระบวนแห่พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระจักรพรรดิพงษ์เป็นผู้โยง

เมื่อพระชันษาได้ ๑๒ ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการแห่รับพระสุพรรณบัฏเป็น สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ และโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีโสกันต์ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

พระองค์ทรงศึกษาวิชาการทหารในสำนักกรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๑๕ และทรงศึกษาวิชาภาษาอังกฤษในสำนักของมิสเตอร์ เอฟ. ยี. แปตเตอร์ซัน ที่โรงเรียนทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ อีกทั้งทรงเรียนวิชาภาษาไทยเพิ่มเติมจากสำนักพระยาศรีสุนทรโวหาร หรือ น้อย อาจารยางกูร รวมถึงทรงศึกษาแบบอย่างราชการและพระราชประเพณีในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาบำราบปรปักษ์

เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินประพาสสิงคโปร์ ครั้งที่ ๒ พระองค์ทรงได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้รับราชการทหารเป็นครั้งแรก ในตำแหน่งนายทหารพิเศษ แต่งเครื่องยศชั้นนายร้อยโท กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ชาววังมักออกพระนามอย่างลำลองว่า “สมเด็จพระราชปิตุลาฯ” ส่วนชาวบ้านมักออกพระนามว่า “สมเด็จวังบูรพา” เนื่องจากพระองค์ประทับ ณ วังบูรพาภิรมย์ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อย่านวังบูรพาในปัจจุบัน

พระองค์ทรงเป็นผู้ให้กำเนิดกิจการไปรษณีย์ในประเทศไทย และทรงเป็นต้นราชสกุล ภาณุพันธุ์ สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ประชวรด้วยพระโรคพระอันตะอักเสบมาหลายวัน ก่อนเสด็จทิวงคตเมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๑ ณ ตำหนักวังบูรพาภิรมย์ สิริพระชันษา ๖๘ ปี

_____________

Somdet Phra Ratcha Pitula Boromphongsaphimuk, Prince Bhanurangsi Savangwongse, Krom Phraya Bhanubandhu Vongsevoradej

[สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช]

This AI-restored and AI-enhanced image in this collection is a photographic portrait of Somdet Phra Ratcha Pitula Boromphongsaphimuk, Prince Bhanurangsi Savangwongse, Krom Phraya Bhanubandhu Vongsevoradej [สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช], at the time when he held the royal rank of Somdet Phra Chao Nong Ya Thoe, Chao Fa Bhanurangsi Savangwongse, Krom Phraya Bhanubandhu Vongsevoradej [สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช]. He was also informally known as “Somdet Wang Burapha” [สมเด็จวังบูรพา].

In this photographic portrait, he is shown wearing the uniform of the Royal Pages Guard [ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์] in the style of the reign of King Chulalongkorn, Rama V [พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5]. This can be observed from the royal trousers, which remained dark blue before changing to black in the reign of King Vajiravudh, Rama VI [พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6]. The belt also retains the older form used in the Rama V period.

For this creative reconstruction, the emblem from the letterhead of Somdet Phra Chao Nong Ya Thoe, Chao Fa Bhanurangsi Savangwongse, Krom Phraya Bhanubandhu Vongsevoradej [สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช], in his capacity as the first royal commissioner of the Department of Posts [กรมไปรษณีย์], has been incorporated as the background motif. This was intended to reflect both the design language of official documents and the wider visual culture of the reign of King Chulalongkorn, Rama V.

Somdet Phra Ratcha Pitula Boromphongsaphimuk, Prince Bhanurangsi Savangwongse, Krom Phraya Bhanubandhu Vongsevoradej [สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช] was a son of King Mongkut, Rama IV [พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว], born to Queen Debsirindra [สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี]. He was born on Wednesday, 11 January 2402 BE, which, according to the modern calendar, corresponds to 2403 BE, at the Grand Palace [พระบรมมหาราชวัง]. His royal father graciously ordered a celebration when the prince was 3 days old, followed later by the customary one-month celebration.

He had 3 full siblings born of the same mother: King Chulalongkorn, Rama V [พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว]; Princess Chandrmondol Sobhon Bhakdi, Krom Luang Wisutthikasat [สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจันทรมณฑล โสภณภควดี กรมหลวงวิสุทธิกระษัตริย์]; and Prince Chaturonrasmi, Krom Phra Chakrabarti Bongse [สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงษ์].

When he was 2 years old, his mother passed away. Later, when he was 10 years old, his father also passed away. During the funeral procession of King Mongkut, Rama IV [พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว], Prince Bhanurangsi [เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์] was appointed to scatter popped rice in the royal procession, while Prince Chaturonrasmi, Krom Phra Chakrabarti Bongse [สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระจักรพรรดิพงษ์] held the ceremonial cord.

When he was 12 years old, King Chulalongkorn, Rama V [พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว], his elder royal brother, graciously ordered the procession for the presentation of his Phra Suphannabat [พระสุพรรณบัฏ], formally raising him to the rank of Somdet Phra Chao Nong Ya Thoe, Chao Fa Bhanurangsi Savangwongse [สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์]. The king also commanded that the royal tonsure ceremony be held at the Dusit Maha Prasat Throne Hall [พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท].

He studied military subjects at the school of the Royal Pages Guard [กรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์] from 2415 BE. He also studied English under Mr F. G. Patterson [มิสเตอร์ เอฟ. ยี. แปตเตอร์ซัน] at the Royal Pages Guard School [โรงเรียนทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์]. In addition, he further studied Thai language with Phraya Si Sunthon Wohan, or Noi Acharayangkun [พระยาศรีสุนทรโวหาร หรือ น้อย อาจารยางกูร], and learned royal administrative practice and court ceremony from Prince Bamrap Parapak [สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาบำราบปรปักษ์].

During King Chulalongkorn’s second royal visit to Singapore, Prince Bhanurangsi [เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์] was graciously appointed to military service for the first time as a special officer, wearing the insignia of a second lieutenant in the Royal Pages Guard [กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์].

Within the court, Prince Bhanurangsi, Krom Phraya Bhanubandhu Vongsevoradej [สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช] was often informally referred to as “Somdet Phra Ratcha Pitula” [สมเด็จพระราชปิตุลาฯ]. Among the general public, he was commonly known as “Somdet Wang Burapha” [สมเด็จวังบูรพา], because he resided at Burapha Phirom Palace [วังบูรพาภิรมย์], from which the present-day Wang Burapha district takes its name.

He is recognised as the founder of the postal service in Thailand and as the progenitor of the Bhanubandhu royal lineage [ราชสกุลภาณุพันธุ์]. Somdet Phra Ratcha Pitula Boromphongsaphimuk, Prince Bhanurangsi Savangwongse, Krom Phraya Bhanubandhu Vongsevoradej [สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช] suffered from intestinal inflammation for several days before passing away on 13 June 2471 BE at his residence in Burapha Phirom Palace [ตำหนักวังบูรพาภิรมย์], at the age of 68.

_____________

เรียนเชิญกด Subscribe ได้ที่ลิงก์นี้ครับ เพื่อร่วมติดตามงานสร้างสรรค์ต้นฉบับ งานวิจัยประวัติศาสตร์แฟชั่น และผลงานอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมด้วยเทคโนโลยี AI ของ AI Fashion Lab, London ซึ่งมุ่งตีความอดีตผ่านมิติใหม่ของการบูรณะภาพ การสร้างสรรค์ภาพ และการเล่าเรื่องด้วยศิลปะเชิงดิจิทัล https://www.facebook.com/aifashionlab/subscribe/

#aifashionlab #AI #aiartist #aiart #aifashion #aifashiondesign #aifashionstyling #aifashiondesigner #fashion #fashionhistory #historyoffashion #fashionstyling #fashionphotography #digitalfashion #digitalfashiondesign #digitalcostumedesign #digitaldesign #digitalaiart #ThaiFashionHistory #ThaiFashionAI #thailand #UNESCO


Previous
Previous

มกุฎราชกุมารีอันโตเนียแห่งบาวาเรีย [Crown Princess Antonia of Bavaria]

Next
Next

เจ้าดารารัศมี ทรงนุ่งซิ่นต๋ามะนาว