สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราไชย
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราไชย
ภาพที่ผ่านการบูรณะและสร้างสรรค์ด้วยเทคโนโลยี AI ภาพนี้ เป็นพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราไชย ทรงฉลองพระองค์เต็มยศ เครื่องแบบทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราไชย เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ ๙๐ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ ๗ อันประสูติแต่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประสูติเมื่อวันอังคาร ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๘ ปีมะโรง จัตวาศก จ.ศ. ๑๒๕๔ ตรงกับวันที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๓๕ ณ พระตำหนักมรกฎสุทธิ์ เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามเขตพระราชฐานว่า “พระจุฑาธุชราชฐาน” ตามพระนามของสมเด็จเจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก ซึ่งประสูติ ณ สถานที่แห่งนั้น เมื่อทรงพระเยาว์ทรงพระนามว่า “ทูลกระหม่อมติ๋ว”
พระองค์มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า “สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก สยามาธิปกปรมินทร จุฬาลงกรณราชวโรรส อดิศัยยศอุภัยชาติพิสุทธิ์ ไทวปายนุตมศักดิ์ อดุลยลักษณวิลาส มหามกุฎราชพงศานุพัทธ วิวัฒนผลพรพิสิษฐ มหิศรราชกุมาร”
พระองค์ทรงมีพระเชษฐภคินี พระเชษฐา และพระอนุชาร่วมพระชนนี รวม ๗ พระองค์ คือ
๑. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าพาหุรัดมณีมัย กรมพระเทพนารีรัตน์ ๒. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ๓. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าตรีเพ็ชรุตม์ธำรง ๔. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ๕. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ ๖. สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา ๗. พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ร.ศ. ๑๒๓ ซึ่งนับแบบปัจจุบันตรงกับ พ.ศ. ๒๔๔๘ พระองค์ได้รับการสถาปนาเป็น “สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก สยามาธิปกปรมินทร จุฬาลงกรณ์ราชวโรรส อดิศัยยศอุภัยชาติพิสุทธิ์ ไทวปายณุตตมศักดิ์ วิบูลยลักษณวิลาศ มหามกุฎราชพงษานุพัทธ์ วิวรรฒผลพรพิสิษฐ มหิศรราชกุมาร กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราไชย”
การศึกษา
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราไชย เสด็จไปศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษ พร้อมด้วยเจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ และเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๘ โดยทรงศึกษา ณ Magdalene College มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์
รับราชการ
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราไชย ทรงรับราชการเป็นอาจารย์ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทรงสอนวิชาภาษาอังกฤษที่คณะรัฐประศาสนศาสตร์ เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๑ และทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการโรงเรียนเพาะช่าง เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๑
พระองค์ทรงมีพระทัยใฝ่ในงานศิลปะ โปรดการทรงแกรนด์เปียโน ฮาร์ป และไวโอลิน อีกทั้งยังโปรดศิลปะการละคร และได้ทรงพระนิพนธ์บทละครดึกดำบรรพ์ไว้ด้วย
ต่อมา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานที่ดินบริเวณพระราชวังปทุมวันเดิมแก่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราไชย และพระองค์ได้ทรงสร้างวังเพ็ชรบูรณ์ขึ้นเป็นที่ประทับ
สิ้นพระชนม์
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราไชย มีพระวรกายไม่แข็งแรง ทรงประชวรด้วยพระโรคพระวักกะพิการเรื้อรัง ประกอบกับเกิดพระโรคบิด และพระหทัยอ่อนล้า แพทย์ได้ถวายพระโอสถเพื่อประคับประคองพระอาการอย่างเต็มที่ พระอาการมีทั้งทรงและทรุดสลับกัน ก่อนจะทรงอ่อนเพลียลงตามลำดับ และสิ้นพระชนม์ ณ วังปทุมวัน เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ สิริพระชนมายุได้ ๓๑ พรรษา
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญพระศพมาประดิษฐานบนแว่นฟ้า ๓ ชั้น ประกอบพระโกศทองน้อย ณ ตำหนักปารุสกวัน และมีพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ ณ พระเมรุ ท้องสนามหลวง
ภายหลังจากพระองค์สิ้นพระชนม์ วังเพ็ชรบูรณ์ถูกปล่อยให้รกร้างและขาดผู้ดูแล แม้แต่พระญาติของพระองค์ก็มิได้เข้ามาดูแลวังแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง ต่อมาภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยคณะราษฎรในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ คณะราษฎรเห็นว่าวังเพ็ชรบูรณ์เป็นวังร้าง ไม่มีผู้ดูแล แต่ยังคงมีคุณค่า จึงได้โอนกรรมสิทธิ์วังแห่งนี้มาดูแล โดยให้อยู่ในกรรมสิทธิ์ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งต่อมาคือสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ และปัจจุบันคือสำนักงานพระคลังข้างที่
ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๒๕ บริษัท วังเพ็ชรบูรณ์ จำกัด โดยอุเทน เตชะไพบูลย์ ได้เช่าที่ดินบริเวณดังกล่าวเพื่อก่อสร้างเป็นศูนย์การค้าเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ และในเวลาต่อมากลุ่มเซ็นทรัลได้เข้ามาปรับปรุงพื้นที่ใหม่เป็นศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
ส่วนพระตำหนักเดิมได้ถูกย้ายไปตั้งอยู่ที่ซอยอัคนี หรือซอยงามวงศ์วาน ๒ ในชื่อ “ตำหนักประถม” อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
ครอบครัว
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราไชย เป็นต้นราชสกุล “จุฑาธุช” พระองค์ทรงอภิเษกสมรสกับหม่อมเจ้าบุญจิราธร ชุมพล พระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๖๕
ก่อนการอภิเษกสมรส พระองค์ทรงมีหม่อมอยู่ก่อนแล้ว ๒ ท่าน คือ หม่อมลออ จุฑาธุช ณ อยุธยา สกุลเดิม ศิริสัมพันธ์ ธิดาของพระนมอิน ศิริสัมพันธ์ และหม่อมระวี จาตุรจินดา สกุลเดิม ไกยานนท์ ซึ่งเป็นนางละครจากคณะละครวังสวนกุหลาบ
พระองค์มีพระโอรสและพระธิดาอย่างละ ๑ พระองค์ ประสูติแต่หม่อมทั้ง ๒ ท่าน มิได้ประสูติแต่หม่อมเจ้าบุญจิราธร ผู้เป็นชายา พระบุตรทั้ง ๒ พระองค์จึงมีฐานันดรศักดิ์เป็นหม่อมเจ้าเมื่อแรกประสูติ ต่อมาได้รับการเฉลิมพระยศเป็นพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๐
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา ประสูติแต่หม่อมลออ ส่วนพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช ประสูติแต่หม่อมระวี
๑. พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา ประสูติเมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๔ สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๑ เสกสมรสกับหม่อมเจ้าสุวินิต กิติยากร มีธิดา ๒ คน คือ หม่อมราชวงศ์สุนิดา กิติยากร และหม่อมราชวงศ์เสาวนิต กิติยากร
๒. พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช ประสูติเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๖๕ สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๓ เสกสมรสกับพาเมล่า สมี, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี, เจ้ากอแก้วประกายกาวิล ณ เชียงใหม่ และศรีไศล สุชาตวุฒิ มีบุตรและธิดาจากการสมรสครั้งแรก คือ หม่อมราชวงศ์ดิลก จุฑาธุช และหม่อมราชวงศ์ดารา จุฑาธุช
ด้วยเหตุที่พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช มีหม่อมมารดาเป็นนางละครมาก่อน จึงทำให้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชโองการให้ข้ามพระองค์เจ้าวรานนท์ธวัชจากลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ ด้วยทรงเห็นว่าหม่อมมารดาไม่มีชาติตระกูลอันเป็นที่ยอมรับ ดังความตอนหนึ่งในพระบรมราชโองการว่า
“...ให้ข้ามหม่อมเจ้าวรานนท์ธวัช ในสมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนเพชรบูรณ์อินทราไชยนั้นเสียเถิด เพราะหม่อมเจ้าวรานนท์ธวัชมีแม่ที่ไม่มีชาติสกุล เกรงว่าจะไม่เป็นที่เคารพแห่งพระบรมวงศานุวงศ์...”
ด้วยเหตุนี้ พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช ซึ่งเป็นทายาทในสายสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี จึงมิได้สืบราชสมบัติ เช่นเดียวกับพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ซึ่งมีหม่อมมารดาเป็นชาวต่างชาติ
___________
Prince Chudadhuj Dharadilok, Prince of Phetchabun Indrachai
(สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราไชย)
Prince Chudadhuj Dharadilok, Prince of Phetchabun Indrachai (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราไชย), was the 90th son of King Chulalongkorn (พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว), and the seventh child born to Queen Sri Bajarindra, the Queen Mother (สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง). He was born on Tuesday, the 11th day of the waxing moon of the eighth lunar month, in the Year of the Dragon, corresponding to 5 July 1892, at Morakot Suth Palace (พระตำหนักมรกฎสุทธิ์) on Ko Sichang (เกาะสีชัง), Chonburi Province (จังหวัดชลบุรี).
King Chulalongkorn later bestowed upon the royal residence the name Phra Chudadhuj Ratchasthan (พระจุฑาธุชราชฐาน), after the name of Prince Chudadhuj Dharadilok, who had been born there. In childhood, the Prince was affectionately known as Thun Kramom Tio (ทูลกระหม่อมติ๋ว).
His full name as inscribed on the royal golden tablet was:
Somdet Phra Chao Luk Ya Ther Chao Fa Chudadhuj Dharadilok Siamadhipok Paraminthara Chulalongkorn Ratchawarorot Adisaiyot Uphaichat Phisut Thaivapayanu-tamasak Adunyalak Wilat Maha Makut Ratchaphongsanuphat Wiwatphon Phonphisit Mahisorn Ratchakuman (สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก สยามาธิปกปรมินทร จุฬาลงกรณราชวโรรส อดิศัยยศอุภัยชาติพิสุทธิ์ ไทวปายนุตมศักดิ์ อดุลยลักษณวิลาส มหามกุฎราชพงศานุพัทธ วิวัฒนผลพรพิสิษฐ มหิศรราชกุมาร)
He had seven full siblings, born of the same royal mother:
1. Princess Bahurad Manimaya, Princess Thep Nari Ratana (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าพาหุรัดมณีมัย กรมพระเทพนารีรัตน์)
2. King Vajiravudh (พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว)
3. Prince Tribejrutama Dhamrong (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าตรีเพ็ชรุตม์ธำรง)
4. Prince Chakrabongse Bhuvanath, Prince of Phitsanulok (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ)
5. Prince Siriraj Kakudhabhand (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์)
6. Prince Asdang Dejavudh, Prince of Nakhon Ratchasima (สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา)
7. King Prajadhipok (พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว)
On 18 January 1905, he was elevated to the rank and title of Somdet Phra Chao Luk Ya Ther Chao Fa Chudadhuj Dharadilok, Krom Khun Phetchabun Indrachai (สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราไชย).
Education
King Chulalongkorn sent Prince Chudadhuj Dharadilok (เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก) to continue his education in England, together with Prince Asdang Dejavudh (เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ) and Prince Mahidol Adulyadej (เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช), in 1905. He studied at Magdalene College, University of Cambridge.
Royal Service and Artistic Interests
Prince Chudadhuj Dharadilok later served as a lecturer at Chulalongkorn University (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย). He taught English at the Faculty of Public Administration (คณะรัฐประศาสนศาสตร์) from 4 October 1918, and also served as Commandant of the Poh-Chang School of Arts and Crafts (โรงเรียนเพาะช่าง) in 1918.
The Prince had a deep interest in the arts. He enjoyed playing the grand piano, harp, and violin, and was especially fond of theatre. He also composed works for lakhon duek dam ban (ละครดึกดำบรรพ์), a form of Thai musical drama.
King Vajiravudh (พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว) later graciously granted him land on the site of the former Pathumwan Palace (พระราชวังปทุมวัน). There, Prince Chudadhuj Dharadilok built Wang Phetchabun (วังเพ็ชรบูรณ์) as his residence.
Death
Prince Chudadhuj Dharadilok was physically delicate and suffered from chronic kidney disease. His condition was further complicated by dysentery and weakness of the heart. Physicians administered treatment and supportive medicine to the fullest extent possible, but his condition fluctuated between brief improvement and decline. He gradually became weaker and died at Wang Pathumwan (วังปทุมวัน) on 8 July 1923, at the age of 31.
King Vajiravudh ordered that the Prince’s body be placed upon a three-tiered royal bier and enclosed within the Phra Kot Thong Noi (พระโกศทองน้อย) at Paruskavan Palace (ตำหนักปารุสกวัน). His royal cremation ceremony took place on 8 December 1923 at the royal crematorium on Sanam Luang (ท้องสนามหลวง).
After his death, Wang Phetchabun was left unused and without regular care, even by members of his own royal family. Following the 1932 Siamese Revolution by the People’s Party (คณะราษฎร), the palace was regarded as an abandoned yet valuable property. It was therefore transferred into the care of the Office of Crown Property (สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์), later known as the Crown Property Bureau (สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์), and presently the Bureau of the Royal Household Treasury (สำนักงานพระคลังข้างที่).
In 1982, Wang Phetchabun Co., Ltd. (บริษัท วังเพ็ชรบูรณ์ จำกัด), under Uthen Techapaiboon (อุเทน เตชะไพบูลย์), leased the land and developed it into the World Trade Center (เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์). The site was later redeveloped by the Central Group (กลุ่มเซ็นทรัล) and is now CentralWorld (เซ็นทรัลเวิลด์).
The original royal residence was moved to Soi Akkhani (ซอยอัคนี), also known as Soi Ngam Wong Wan 2 (ซอยงามวงศ์วาน ๒), under the name Tamnak Prathom (ตำหนักประถม), in Mueang Nonthaburi District (อำเภอเมืองนนทบุรี), Nonthaburi Province (จังหวัดนนทบุรี).
Family
Prince Chudadhuj Dharadilok was the founder of the Chudadhuj royal family line (ราชสกุลจุฑาธุช). He married Princess Bunchirathon Chumphon (หม่อมเจ้าบุญจิราธร ชุมพล), daughter of Prince Sapphasitthiprasong (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์), on 24 August 1922.
Before this marriage, the Prince already had two consorts: Mom La-or Chudadhuj na Ayudhya (หม่อมลออ จุฑาธุช ณ อยุธยา), née Sirisamphan (ศิริสัมพันธ์), daughter of Phra Nom In Sirisamphan (พระนมอิน ศิริสัมพันธ์); and Mom Rawee Chaturachinda (หม่อมระวี จาตุรจินดา), née Kaiyanon (ไกยานนท์), an actress from the Wang Suan Kularb theatrical troupe (คณะละครวังสวนกุหลาบ).
The Prince had one son and one daughter, each born to one of these two consorts. Neither child was born to Princess Bunchirathon Chumphon, his formal wife. At birth, both children held the rank of Mom Chao (หม่อมเจ้า). They were later elevated to the rank of Phra Worawong Ther Phra Ong Chao (พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า) during the reign of King Prajadhipok (พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว) in 1927.
Princess Suthasiri Sobha (พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา) was born to Mom La-or, while Prince Varananda Dhavaj (พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช) was born to Mom Rawee.
1. Princess Suthasiri Sobha (พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา) Born on 16 December 1921 and died on 2 February 1998. She married Prince Suvinit Kitiyakara (หม่อมเจ้าสุวินิต กิติยากร) and had two daughters: Mom Rajawongse Sunida Kitiyakara (หม่อมราชวงศ์สุนิดา กิติยากร) and Mom Rajawongse Saovanit Kitiyakara (หม่อมราชวงศ์เสาวนิต กิติยากร).
2. Prince Varananda Dhavaj (พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช) Born on 19 August 1922 and died on 15 September 1990. He married Pamela Smee (พาเมล่า สมี), Princess Galyani Vadhana, Princess of Naradhiwas Rajanagarindra (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี), Chao Kokaew Prakaikavil na Chiang Mai (เจ้ากอแก้วประกายกาวิล ณ เชียงใหม่), and Srisalai Suchatwut (ศรีไศล สุชาตวุฒิ). From his first marriage, he had one son and one daughter: Mom Rajawongse Dilok Chudadhuj (หม่อมราชวงศ์ดิลก จุฑาธุช) and Mom Rajawongse Dara Chudadhuj (หม่อมราชวงศ์ดารา จุฑาธุช).
Because Prince Varananda Dhavaj’s mother had formerly been a theatrical performer, King Vajiravudh ordered that he be passed over in the line of succession. The King considered that his mother’s social background might prevent him from being fully respected by members of the royal family. This was expressed in a royal command, which stated:
“Let Mom Chao Varananda Dhavaj, son of Prince Phetchabun Indrachai, be passed over, for Mom Chao Varananda Dhavaj has a mother without noble lineage, and it is feared that he would not command the respect of the royal family.”
For this reason, Prince Varananda Dhavaj, although a descendant in the line of Queen Saovabha Phongsri (สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี), did not succeed to the throne. His position may be compared with that of Prince Chula Chakrabongse (พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์), whose mother was a foreigner.
___________
เรียนเชิญกด Subscribe ได้ที่ลิงก์นี้ครับ เพื่อร่วมติดตามงานสร้างสรรค์ต้นฉบับ งานวิจัยประวัติศาสตร์แฟชั่น และผลงานอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมด้วยเทคโนโลยี AI ของ AI Fashion Lab, London ซึ่งมุ่งตีความอดีตผ่านมิติใหม่ของการบูรณะภาพ การสร้างสรรค์ภาพ และการเล่าเรื่องด้วยศิลปะเชิงดิจิทัล https://www.facebook.com/aifashionlab/subscribe/
#aifashionlab #AI #aiartist #aiart #aifashion #aifashiondesign #aifashionstyling #aifashiondesigner #fashion #fashionhistory #historyoffashion #fashionstyling #fashionphotography #digitalfashion #digitalfashiondesign #digitalcostumedesign #digitaldesign #digitalaiart #ThaiFashionHistory #ThaiFashionAI #thailand #UNESCO