คุณท้าวนางชั้นผู้ใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ ๕
คุณท้าวนางชั้นผู้ใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ ๕
เพื่อสร้างภาพนี้ให้มีความถูกต้องตามประวัติศาสตร์ ทั้งในด้าน เครื่องราชอิสริยาภรณ์และลำดับการประดับ ผู้สร้างสรรค์ได้ทำการศึกษาจาก บัญชีเอกสารจดหมายเหตุและทำเนียบการพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อย่างละเอียด
เนื่องจาก ภาพถ่ายต้นฉบับมีความพร่ามัว ไม่สามารถระบุชนิดและชั้นของเหรียญตราที่ประดับอยู่ได้อย่างชัดเจน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ปรากฏในภาพบูรณะนี้จึง มิได้ถอดแบบตรงจากภาพต้นฉบับ หากแต่เป็นการ วิเคราะห์และสันนิษฐานบนพื้นฐานข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ตรวจสอบได้ เช่น ฐานันดรศักดิ์ ตำแหน่งหน้าที่ในราชสำนัก ช่วงเวลารับราชการ และหลักฐานการได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของแต่ละท่าน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชิ้นถูกสร้างขึ้นใหม่ทีละรายการ ให้สอดคล้องกับ รูปแบบ ชั้น แพรแถบ และลำดับการประดับที่ถูกต้องตามราชประเพณีสยาม
ดังนั้น ภาพนี้จึงควรทำความเข้าใจในฐานะ งานสร้างภาพเชิงวิชาการและการตีความทางประวัติศาสตร์ เพื่อการศึกษา มิใช่การจำลองภาพถ่ายต้นฉบับอย่างตรงตัว
นับจากซ้าย
๑) ท้าวทรงกันดาล
นามเดิม หุ่น เป็นพระสนมในรัชกาลที่ ๔ มีพระราชโอรส ๑ พระองค์ คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสมมตอมรพันธุ์ (ต้นราชสกุลสวัสดิกุล)
เป็นที่รู้จักในฐานะ “คุณท้าวนางชั้นผู้ใหญ่” หรือ “แม่วัง” ในรัชกาลที่ ๕ ทำหน้าที่ดูแลกิจการสำคัญฝ่ายใน ถึงแก่อนิจกรรมเมื่ออายุ ๘๓ ปี
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
พ.ศ. ๒๔๕๔ – เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นที่ ๒ ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ (ท.จ.ว.) (ฝ่ายใน)
พ.ศ. ๒๔๔๗ – เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๔ ชั้นที่ ๔ (ม.ป.ร.๔)
พ.ศ. ๒๔๕๔ – เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๕ ชั้นที่ ๒ (จ.ป.ร.๒)
พ.ศ. ๒๔๕๔ – เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๖ ชั้นที่ ๓ (ว.ป.ร.๓)
๒) ท้าวสมศักดิ์
นามเดิม เหม เกิดราว พ.ศ. ๒๓๘๒ ธิดาของพระอัคนีสร (พิณ) กับแย้ม (สกุลเดิม สุวรรณทัต) เป็นพระสนมในรัชกาลที่ ๔
มีพระโอรสคือ พระองค์เจ้าศรีเสาวภางค์ ถึงแก่อนิจกรรมเมื่ออายุ ๘๓ ปี
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
พ.ศ. ๒๔๕๔ – เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นที่ ๒ ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ (ท.จ.ว.) (ฝ่ายใน)
พ.ศ. ๒๔๔๗ – เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๔ ชั้นที่ ๓ (ม.ป.ร.๓)
พ.ศ. ๒๔๕๔ – เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๖ ชั้นที่ ๓ (ว.ป.ร.๓)
๓) ท้าววนิดาพิจาริณี
นามเดิม เพิ่ม เกิดวันที่ ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๑๒ ธิดาของพระยาราชภักดี (โค สุจริตกุล)
ถวายตัวเป็นเจ้าจอมในรัชกาลที่ ๕ และในรัชกาลที่ ๖ ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น ท้าววนิดาพิจาริณี อธิบดีฝ่ายใน ถือศักดินา ๘๐๐
ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๗ อายุ ๖๔ ปี
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นที่ ๒ ทุติยจุลจอมเกล้า
๔) ท้าววรจันทร
นามเดิม แมว เป็นพระสนมเอกในรัชกาลที่ ๔ มีชื่อเสียงด้านการแสดงละคร (สมญานาม “แมวอิเหนา”)
เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น ท้าววรจันทร ในรัชกาลที่ ๕ และเป็นต้นราชสกุลโสณกุลจากพระโอรส กรมขุนพิทยลาภพฤฒิธาดา
ถึงแก่อนิจกรรมเมื่ออายุ ๙๘ ปี
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
พ.ศ. ๒๔๔๓ – เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นที่ ๒ ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ (ท.จ.ว.) (ฝ่ายใน)
พ.ศ. ๒๔๔๗ – เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๔ ชั้นที่ ๒ (ม.ป.ร.๒)
พ.ศ. ๒๔๕๔ – เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๖ ชั้นที่ ๒ (ว.ป.ร.๒)
พ.ศ. ๒๔๖๙ – เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๗ ชั้นที่ ๒
___________
ตำแหน่งของข้าราชการฝ่ายใน (สรุปโครงสร้าง)
ในสมัยโบราณสตรีมิได้ทำราชการบ้านเมืองอย่างในปัจจุบันนี้ มีแต่การปฏิบัติราชการถวายแต่องค์พระมหากษัตริย์ คือปฏิบัติหน้าที่ดูแลกิจการในเขตพระราชฐาน เช่นรับใช้ในกิจประจำวันของพระมหากษัตริย์พระมเหสีเทวีตลอดจนดูแลรักษาพระที่นั่งพระตำหนักอันเป็นที่ประทับในเขตพระราชฐานรวมทั้งการประกอบพระเครื่องต้น ( พระกระยาหาร ) ต่าง ๆ ตั้งแต่โบราณสมัยกรุงศรีอยุธยา อาจแบ่งตำแหน่งข้าราชการฝ่ายในออกได้เป็น 4 ระดับ มีบรรดาศักดิ์ ศักดินา และหน้าที่ต่างกัน ตามความสำคัญในหน้าที่ราชการ คือ
ระดับที่ 1 มีบรรดาศักดิ์เป็น " ท้าว " (เทียบเท่าตำแหน่งฝ่ายหน้า “พระยา”)
เรียกกันว่าในสมัยนั้นว่า " คุณท้าว " โดยมีราชทินนามต่อท้ายบรรดาศักดิ์ทุกตำแหน่ง เช่น ท้าววรจันทร เป็นหัวหน้าท้าวนางทั้งปวง บังคับบัญชาทั่วไปในราชสำนักฝ่ายใน ตลอดจนมีหน้าที่ตักเตือนว่ากล่าวพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายใน และพระสนมกำนัล
ต่อมาในภายหลังได้มีการตั้งตำแหน่ง ท้าววรคณานันท์ เพิ่มเติม เป็นตำแหน่งท้าวนางสูงสุด ในข้าราชการสำนักฝ่ายใน ทำหน้าที่ดูแลปกครองข้าราชการสำนักฝ่ายใน ต่างพระเนตรพระกรรณ ขึ้นตรงต่อเสด็จอธิบดี
ซึ่งในภายหลังการปรับโครงสร้างของข้าราชสำนักฝ่ายใน มีผลทำให้ ตำแหน่งท้าววรจันทร์ มีอำนาจบังคับบัญชาราชการรองลงมาจากท้าววรคณานันท์ โดยที่ตำแหน่งท้าววรจันทร์ลงจะมีตำแหน่งท้าวนางอีก 4 ตำแหน่ง ได้แก่
1.ท้าวสมศักดิ์ ว่าการพนักงานทั้งปวง เช่น ในแผนกจัดเครื่องพระสุธารส และพระศรี เครื่องนมัสการ ดูแลหอพระและปูชนียสถานในราชสำนักฝ่ายใน
2.ท้าวอินทรสุริยา ว่าการห้องเครื่องวิเสท
3.ท้าวศรีสัจจา ว่าการโขลนจ่า ที่ควบคุมประตูวัง และอารักขาทั่วไป
4.ท้าวทรงกันดาร เป็นผู้บัญชาพระคลังใน
___________
ระดับที่ 2 มีศักดิ์รองจากคุณท้าว คือ " คุณเฒ่าแก่ "
ไม่มีบรรดาศักดิ์และราชทินนามเฉพาะ คงเรียกคำหน้านามว่า " คุณเฒ่าแก่ " ต่อคำหน้าชื่อของตัวเอง โดยที่ " คุณเฒ่าแก่ " มีด้วยกัน 2 ประเภท
ประเภทแรก คือ เคยเป็นเจ้าจอมในรัชกาลก่อน ๆ เรียกว่า เจ้าจอมเถ้าแก่ มีหน้าที่ฝึกหัดข้าราชสำนักฝ่ายใน
ประเภทที่สอง คือ ที่มิได้เป็นเจ้าจอม เรียกว่า " คุณเฒ่าแก่ " มีหน้าที่ออกไปประสานกิจการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับฝ่ายหน้า ( ข้าราชการที่เป็นผู้ชาย )
___________
ระดับที่ 3 มีศักดิ์รองจาก " คุณเฒ่าแก่ " ลงไป
คือ " จ่า " มีราชทินนามตามตำแหน่งด้วย
___________
ระดับที่ 4 เป็นเสมียน-พนักงาน ( พนักงานผู้มีหน้าที่รักษาพระทวารประตูวัง และดูแลรักษาความเรียบร้อยในเขตพระราชฐานเรียกว่า " โขลน "
___________
ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ มีการตรากฎหมายซึ่งเรียกว่า พระไอยการนาตำแหน่งพลเรือน กำหนดศักดินาผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการฝ่ายใน ซึ่งใช้ต่อมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ว่าตำแหน่งใดควรมีศักดินาเท่าไร และมีราชทินนามว่าอย่างไร
1.ท้าววรจัน ศักดินา 1000 เป็นที่สมเด็จพระพี่เลี้ยง ( หมายถึงพระพี่เลี้ยงกษัตริย์หรือพระราชโอรส-ธิดาชั้นสมเด็จเจ้าฟ้า )
2.ท้าวอินสุเรนทร์ -ท้าวศรีสุดาจัน-ท้าวอินทรเทวี-ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ 4 ตำแหน่งนี้เป็น พระสนมเอก ศักดินาคนละ 1000
3.ท้าวสมศักดิ์-ท้าวโสภา 2 ตำแหน่งนี้ทำหน้าที่ฉลองพระโอษฐ์เชิญพระราชโองการพระราชกระแส แจ้งต่อไปยังผู้รับพระบรมราชโองการ หรือผู้รับ ๆ สั่งนั้น ๆ
4.ท้าวศรีสัจจา มีหน้าที่บังคับบัญชาจ่าโขลนทวารบานไพชยนต์ ( ผู้รักษาประตูพระที่นั่งและพระราชวัง ) ศักดินา 1000
5.ท้าวอินสุริยา ว่าการวิเสทหลวง ศักดินา 1000
6.ท้าวทรงกันดาร มีหน้าที่บังคับบัญชาคลังเงิน-ทอง ผ้าแพรพรรณ เครื่องทองขาว เครื่องทองเหลือง ศักดินา 800
7.นางเฒ่าแก่ หรือ คุณเฒ่าแก่ มีหน้าที่บังคับบัญชาควบคุมการปฏิบัติงานของโขลนทวารบานไพชยนต์ ในตำแหน่งรองท้าวศรีสัจจาถือศักดินา 600
8.จ่าก้อนแก้ว-จ่าก้อนทอง-จ่าราชภักดี-จ่าศรีพรม 4 ตำแหน่งนี้ ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าโขลน ดูแลรักษาพระทวารประตูวัง และดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในเขตพระราชฐานชั้นใน ถือศักดินา 400
9.ท้าวเทพภักดี-ท้าวทองพยศ-ท้าวทองกีบม้า-ท้าวยอดมณเฑียร-ท้าวอินทกัลยา-ท้าวมังศรี ท้าวนางทั้ง 6 นี้มีหน้าที่ปฏิบัติการอยู่ในวิเสทหลวงถือศักดินา 400 ปฏิบัติงานขึ้นตรงในบังคับบัญชาท้าวอินสุริยา
10.พนักงานโขลน-นายประตู-เสมียน ถือศักดินา 80
___________
ข้าราชการฝ่ายใน ในพระราชสำนักตามทำเนียบที่กล่าวมาในข้างต้นนี้ ในปัจจุบันไม่มีแล้วคงมีแต่ตำแหน่งตามระบบราชการทั่วไป คือ ตำแหน่งหัวหน้าแผนก ประจำแผนก และพนักงาน ส่วนการบรรดาศักดิ์เป็นท้าวนางนั้นยกเป็นบรรดาศักดิ์ สำหรับพระราชทานสตรีที่มีความสำคัญเป็นพิเศษบางท่านเท่านั้น
___________
อธิบายเพิ่มเติม
คุณพนักงาน
หมายถึง สตรีที่มีบิดามีบรรดาศักดิ์ตั้งแต่ชั้นพระยาขึ้นไปที่ได้รับทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้มีตำแหน่งเป็นพนักงานพิเศษ เรียกว่า " คุณพนักงาน " มีคำหน้านามว่า " คุณ " ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยคำนำหน้านามสตรีเพิ่มเติม พ.ศ. 2464
ข้าหลวง
ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. 2525 อธิบายไว้ว่า คนที่ถวายตัวเป็นข้าในหลวงและเจ้านายนั้น ค่อนข้างจะแคบและเห็นว่าเป็นในสมัยก่อนมากกว่า เพราะต่อมาจนถึงปัจจุบัน คนที่ถวายตัวเป็นข้าในหลวงและเจ้านายนั้นถ้าเป็นชายเรียกว่า มหาดเล็ก ถ้าเป็นผู้หญิงจึงจะเรียกว่า ข้าหลวง นอกจากผู้ที่ถวายตัวถวายตัวเป็นข้าในหลวงและเจ้านายแล้ว ในบางสมัยคำว่า ข้าหลวง ยังหมายถึง นามตำแหน่งในราชการฝ่ายปกครอง เช่น ข้าหลวงเทศาภิบาล
เจ้าจอมอยู่งาน
คือเจ้าจอมที่องค์พระมหากษัตริย์ทรงเลือกไว้สำหรับทรงใช้สอยใกล้ชิดพระองค์ในกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ เช่น จัดพระภูษาและเครื่องสรง จัดเครื่องแต่งพระองค์และช่วยแต่งพระองค์ คือถ้าจะทรงพระภูษาโจง ก็ต้องทำหน้าที่เข้าม้วนชายผ้าที่เรียกว่า " โจงกระเบนหวาย " ถวายสายรัดพระองค์ ถวายพระองค์จิปาถะ นอกจากนั้นก็คอยรับพระราชกระแสที่จะสั่งถึงใครอย่างไร อันเป็นการในราชสำนัก มิใช่ราชการแผ่นดิน และคอยปรนนิบัติรับใช้ประการอื่น ๆ เช่น ถวายพระโอสถ ถวายอยู่งานพัด ถวายอยู่งานนวด ในโอกาศที่เสด็จออกงาน เจ้าจอมอยู่งานทำหน้าที่พระสนม พระกำนัล เชิญเครื่องและตั้งเครื่องพระศรี พระสุธารส
(ธรรมเนียมปรนนิบัติเจ้านายในวัง ไม่ว่าจะเป็นการถวายงานนวดหรือเวลาตบยุงที่กัด ท่านก็ต้องมีการหัดเรียนรู้ว่าควรจะทำอย่างไร เวลาที่ยุงกัดพระบาท ผู้ใหญ่จะสอนมหาดเล็กหรือข้าหลวงว่า เวลาจะตบยุงห้ามตีที่พระบาทท่านเป็นอันขาด ให้ใช้เฉพาะนิ้วชี้เท่านั้น คือ ทำนิ้วชี้นิ่งๆ กดลงที่ตัวยุงที่กัดเท้าท่านอยู่ เป็นการตบยุงอย่างละมุนละม่อม เวลาจะถวายงานทุบพระบาทก็จะไม่ทุบตุ้บตั้บอย่างคนธรรมดา แต่จะต้องมีเทคนิคพิเศษ กำมือหลวมๆ ให้เป็นรูทั้งสองมือแล้วทุบ)
___________
ตำแหน่งท้าวนางนี้ มีการสถาปนาครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2493 สมัยรัชกาลที่ 9 โดยมีคุณท้าวชุดสุดท้ายของไทย 4 ท่านคือ
1.ท้าวทรงกันดาล (หม่อมราชวงศ์แป้ม มาลากุล)
เลื่อนขึ้นเป็นท้าววรคณานันต์
2.บาง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา พระอัยกีในสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เป็นท้าววนิดาพิจาริณี
3.จรูญ ตะละภัฎ เป็นท้าวพิทักษ์อนงคนิกร
4.ศิริพงษ์ กัมปนานนท์ เป็นท้าวโสภานิเวศร์
หลังจากที่คุณท้าวรุ่นนั้นสิ้นชีวิตจนหมด ก็ไม่มีการโปรดเกล้าให้สถาปนาผู้ใดเป็นคุณท้าวอีก
Credit: Page Thai Classic
___________
Senior Court Ladies (Khun Thao) in the Reign of King Rama V
Methodological Note on the Reconstruction of Royal Decorations
To recreate this image with historically accurate royal decorations and correct order of precedence, extensive consultation of archival records and official listings of royal orders and medals was undertaken.
The original photograph is blurred and does not allow for the clear identification of individual decorations. Therefore, the medals shown in this reconstructed image are not copied directly from the photograph, but are carefully inferred based on verified historical data, including the recipient’s rank, court position, period of service, and documented honours received.
Each order and medal has been recreated individually in accordance with its correct design, class, ribbon, and sequence of wear, following historical regulations of Siamese court protocol.
This reconstruction should be understood as a scholarly and interpretative visualisation, created for educational and historical study, rather than a literal reproduction of the original photograph.
(Listed from left to right)
1) Thao Songkandan (ท้าวทรงกันดาล)
Originally named Hoon (หุ่น), she was a royal consort during the reign of King Rama IV (พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว). She bore one royal son, His Royal Highness Prince Krom Phra Sommot Amornphan (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสมมตอมรพันธุ์), the progenitor of the Sawasdikul family (ราชสกุลสวัสดิกุล).
She was widely known during the reign of King Rama V (พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) as a “senior court lady” or “Mae Wang” (แม่วัง), entrusted with overseeing major administrative affairs of the Inner Court. She passed away at the age of 83.
Royal Decorations
1911 – The Order of Chula Chom Klao, 2nd Class, Special Second Grade (Tutiya Chula Chom Klao Wiset – ท.จ.ว.) (Ladies of the Inner Court)
1904 – The Royal Cypher Medal of King Rama IV, 4th Class (ม.ป.ร. ๔)
1911 – The Royal Cypher Medal of King Rama V, 2nd Class (จ.ป.ร. ๒)
1911 – The Royal Cypher Medal of King Rama VI, 3rd Class (ว.ป.ร. ๓)
2) Thao Somsak (ท้าวสมศักดิ์)
Originally named Hem (เหม), born circa 1839, she was the daughter of Phra Akkhanisor (Pin) (พระอัคนีสร [พิณ]) and Yam of the Suwannathat family (แย้ม สกุลสุวรรณทัต). She served as a royal consort in the reign of King Rama IV.
She bore one royal son, Prince Sri Saowaphang (พระองค์เจ้าศรีเสาวภางค์), and passed away at the age of 83.
Royal Decorations
1911 – The Order of Chula Chom Klao, 2nd Class, Special Second Grade (ท.จ.ว.) (Ladies of the Inner Court)
1904 – The Royal Cypher Medal of King Rama IV, 3rd Class (ม.ป.ร. ๓)
1911 – The Royal Cypher Medal of King Rama VI, 3rd Class (ว.ป.ร. ๓)
3) Thao Wanida Phicharini (ท้าววนิดาพิจาริณี)
Originally named Phoem (เพิ่ม), born on 18 July 1869, she was the daughter of Phraya Ratchaphakdi (Kho Sujaritkun) (พระยาราชภักดี [โค สุจริตกุล]).
She entered royal service as a Chao Chom (เจ้าจอม) during the reign of King Rama V, and in the reign of King Rama VI (พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว) she was granted the title Thao Wanida Phicharini, serving as Director-General of the Inner Court, with a sakdina (honorary land rank) of 800.
She passed away on 19 April 1934, at the age of 64.
Royal Decoration
The Order of Chula Chom Klao, 2nd Class (ทุติยจุลจอมเกล้า)
4) Thao Worachan (ท้าววรจันทร)
Originally named Maew (แมว), she was the principal royal consort in the reign of King Rama IV and was renowned for her mastery of classical court drama, earning the sobriquet “Maew Inao” (แมวอิเหนา).
She was elevated to the rank of Thao Worachan during the reign of King Rama V and became the progenitor of the Sonakul family (ราชสกุลโสณกุล) through her royal son, Prince Krom Khun Phitthayalap Phruetthathada (กรมขุนพิทยลาภพฤฒิธาดา).
She passed away at the age of 98.
Royal Decorations
1900 – The Order of Chula Chom Klao, 2nd Class, Special Second Grade (ท.จ.ว.) (Ladies of the Inner Court)
1904 – The Royal Cypher Medal of King Rama IV, 2nd Class (ม.ป.ร. ๒)
1911 – The Royal Cypher Medal of King Rama VI, 2nd Class (ว.ป.ร. ๒)
1926 – The Royal Cypher Medal of King Rama VII, 2nd Class
Structure of the Inner Court Official Ranks (Summary)
In earlier periods, women did not serve in state administration as they do today. Their duties were devoted exclusively to royal service, overseeing affairs within the Inner Palace (ฝ่ายใน)—including daily service to the King and royal consorts, the care of royal residences, and the preparation of royal cuisine (phra khrueang ton).
From the Ayutthaya period onward, Inner Court officials were organised into four hierarchical levels, each with distinct titles, sakdina, and responsibilities.
Level 1: Thao (ท้าว)
Equivalent in rank to a Phraya in the Outer Court. Collectively referred to as Khun Thao (คุณท้าว), each held a formal title.
The Thao Worachan served as head of all court ladies, supervising Inner Court administration and admonishing royal women and consorts when necessary.
Later, the position of Thao Worakhanan (ท้าววรคณานันท์) was established as the highest authority within the Inner Court, directly responsible to the Chief of the Royal Household. Following administrative reforms, Thao Worachanbecame second in authority.
Subordinate Thao positions included:
Thao Somsak (ท้าวสมศักดิ์) – supervision of ceremonial and devotional services
Thao Inthrasuriya (ท้าวอินทรสุริยา) – royal kitchens and special culinary divisions
Thao Srisatcha (ท้าวศรีสัจจา) – oversight of guards and palace gates
Thao Songkandan (ท้าวทรงกันดาล) – control of the Inner Treasury
Level 2: Khun Thao Kae / Elder Ladies (คุณเฒ่าแก่)
Without formal noble titles, divided into:
Former Chao Chom Elder Ladies (เจ้าจอมเถ้าแก่), responsible for training junior court staff
Non-consort Elder Ladies, who liaised with the Outer Court (male officials)
Level 3: Ja (จ่า)
Mid-level supervisors with specific functional titles.
Level 4: Clerks and Palace Attendants
Including Khlon (โขลน)—female guards responsible for palace gates and internal security.
Historical Context and Later Developments
During the reign of King Borommatrailokanat (สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ), legal codes known as the Phra Aiyakan Tamnaeng Phonlaruean (พระไอยการนาตำแหน่งพลเรือน) formally defined Inner Court ranks, titles, and sakdina, a system that continued into the Rattanakosin period.
The title Khun Thao was last conferred in 1950, during the reign of King Rama IX (พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช). After the passing of the final four appointed ladies, no further appointments were made.
___________
เรียนเชิญกด Subscribe ได้ที่ลิงก์นี้ครับ เพื่อร่วมติดตามงานสร้างสรรค์ต้นฉบับ งานวิจัยประวัติศาสตร์แฟชั่น และผลงานอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมด้วยเทคโนโลยี AI ของ AI Fashion Lab, London ซึ่งมุ่งตีความอดีตผ่านมิติใหม่ของการบูรณะภาพ การสร้างสรรค์ภาพ และการเล่าเรื่องด้วยศิลปะเชิงดิจิทัล 🔗 https://www.facebook.com/aifashionlab/subscribe/
#aifashionlab #AI #aiartist #aiart #aifashion #aifashiondesign #aifashionstyling #aifashiondesigner #fashion #fashionhistory #historyoffashion #fashionstyling #fashionphotography #digitalfashion #digitalfashiondesign #digitalcostumedesign #digitaldesign #digitalaiart #ThaiFashionHistory #ThaiFashionAI #thailand #UNESCO