ท้าววรคณานันท์ คุณห้องทอง ใน สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ

ท้าววรคณานันท์ คุณห้องทอง ใน สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ

ท้าววรคณานันท์ เจ้าจอม ม.ร.ว.แป้ม มาลากุล เป็นธิดาในวรวงศ์เธอ กรมหมื่นปราบปรปักษ์

ท้าววรคณานันท์ เจ้าจอม ม.ร.ว.แป้ม มาลากุล เป็นธิดาในวรวงศ์เธอ กรมหมื่นปราบปรปักษ์ เกิดเมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2419 มีพี่น้องร่วมบิดาเดียวกันที่ได้เข้ารับราชการสนองพระเดชพระคุณในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สืบต่อมาอีกหลายรัชกาล คือ ม.ร.ว.เปีย มาลากุล ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี เสนาบดีกระทรวงธรรมการ ม.ร.ว.ปุ้ม มาลากุล ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นมหาเสวกเอก เจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี เสนาบดีกระทรวงวัง ม.ร.ว.โป๊ะ มาลากุล ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาชาติเดชยุคม และ ม.ร.ว.โป้ย มาลากุล ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระเทวาธิราช เจ้ากรมพระราชพิธี สำนักพระราชวัง

เจ้าจอม ม.ร.ว.แป้ม มาลากุล ได้เข้ารับราชการเป็นข้าราชสำนักฝ่ายใน ฉลองพระเดชพระคุณในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในสำนักสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ตั้งแต่อายุได้ 17 ปี พร้อมกับพี่น้องที่ได้เป็นเจ้าจอม คือ ม.ร.ว.ปั้ม มาลากุล ม.ร.ว.แป้ว มาลากุล และ ม.ร.ว.ปุย มาลากุล ซึ่ง สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ทรงอุปการะเลี้ยงดูและให้ความไว้วางพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเจ้าจอมแห่งราชสกุลมาลากุล 4 พี่น้องนี้ล้วนแต่สืบเชื้อสายมาแต่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ พระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากุลฑลทิพยวดี ซึ่งรับราชการสนองพระเดชพระคุณในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยความซื่อสัตย์จงรักภักดีในตำแหน่งกรมวังที่เป็นหลักของแผ่นดินทางด้านขนบธรรมเนียมประเพณีในพระราชสำนักที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไว้วางพระราชหฤทัยและถวายความเคารพยำเกรงมาโดยตลอด

เจ้าจอม ม.ร.ว.แป้ม มาลากุล ได้รับการฝึกหัดราชการในแผนกรักษาพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ จนได้เป็นผู้บัญชาการแผนกรักษาพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ โดยมีหน้าที่ความรับผิดชอบรักษากุญแจห้องเก็บพระราชทรัพย์ อันประกอบด้วยเครื่องเพชรทอง เครื่องประดับอันล้ำค่าต่างๆ จนคนทั้งหลายเรียกขานนามว่า “คุณห้องทอง”

เป็นที่กล่าวกันว่า สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ หรือที่รู้จักกันดีในที่สมเด็จพระพันปีหลวงด้วยทรงเป็นพระราชมารดา ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชโอรสและพระราชธิดาเป็นสมเด็จเจ้าฟ้าชั้นเอกหลายพระองค์ นอกจากเครื่องประดับอันมีค่าแบบโบราณที่พระองค์เคยทรงมา นับตั้งแต่ทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นพระเจ้าลูกเธอ ในสมัยรัชกาลที่ 4 แล้วยังมีบรรดาเครื่องทรงและเครื่องประดับต่างๆ ในพระราชพิธีโสกันต์ ซึ่งเป็นของพระราชโอรสและพระราชธิดาของพระองค์ อันประกอบด้วยพระเกี้ยว เมาฬี ปิ่น พาหุรัด ทองพระกร ข้อพระหัตถ์และพระบาท ปะวะหล่ำ กำไล แหวนรอบ จี้ สร้อย สังวาล สะอิ้ง ปั้นเหน่ง สายรัดพระองค์ พระธำมรงค์สายทองฝังเพชรลูก เพชรซีก ทับทิม มรกต และนพเก้า อันเป็นเครื่องทรงที่สามารถแต่งเครื่องทรงพระราชกุมารพระราชกุมารี ได้พร้อมๆ กัน นับจำนวนได้เท่ากับพระราชโอรสพระราชธิดาของพระองค์หมดทุกพระองค์เลยทีเดียว

ความมั่งคั่งของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถนั้น นายแพทย์ประจำพระองค์ซึ่งเป็นแพทย์ชาวอังกฤษ ชื่อ นพ.มัลคาล์ม สมิธ ได้บันทึกถึงรายได้ของพระองค์ไว้ว่า

“...พระราชทรัพย์ที่มีอยู่อย่างมากมายของพระองค์ นอกเหนือจากเบี้ยหวัดเงินปีที่ทรงได้รับพระราชทานอยู่เป็นประจำแล้ว สมเด็จพระพันปีหลวงทรงมีรายได้ของพระองค์เองอีกส่วนหนึ่ง เป็นรายได้ที่เกิดจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ซึ่งข้าพระเจ้าประมาณการจากที่พระองค์เคยตรัสไว้ให้ข้าพเจ้าฟังว่า รายได้ทั้งหมดเมื่อรวมกันแล้วน่าจะตกประมาณ 80,000-90,000 ปอนด์ต่อปี...”

ด้วยเหตุที่พระองค์ทรงเป็นอัครมเหสีที่ดำรงพระอิสริยยศเป็น “สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ” เคยทรงว่าราชการในตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมราชสวามีถึงสองครั้งสองครา สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ จึงทรงมีเครื่องประดับอันงดงามและมีค่าสูงยิ่ง สำหรับทรงในโอกาสและวาระต่างๆ เป็นจำนวนมาก เช่น ชุดเพชรลูกกลม เป็นลูกน้ำขาวแท้เม็ดใหญ่ เรียงรอบพระศอเหมือนเฟื่องระย้าซ้อนสองชั้น มีรัดเกล้ารูปดอกเบญจมาศเพชรสำหรับคาดรอบพระเศียร เข้าชุดกับเข็มกลัดดอกเบญจมาศระย้า เพชรใหญ่เป็นช่อมีสามดอกพระวลัยกรเพชรลายละเอียดโปร่งทั้งสองข้าง และพระธำมรงค์เพชรเข้าชุดกัน นอกจากนี้ยังทรงมีเครื่องประดับชุดใหญ่ๆ อีกจำนวนหนึ่ง คือ

ชุดเพชรรูปกลมขนาดใหญ่ เป็นสร้อยสังวาลเครื่องเพชรสามชั้น รอบพระศอเรียงกันตามลำดับเล็กใหญ่เป็นแถว สำหรับประดับเมื่อทรงเครื่องเต็มยศอย่างขัตติยนารี

ชุดเพชรรูปหยดน้ำ เป็นสร้อยพระศอระย้าเพชรสลับกับไข่มุกเม็ดใหญ่น้ำงาม โดยเม็ดเพชรน้ำหยดนั้นมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษน้ำงามบริสุทธิ์มีกระบังเพชรรูปเพชรน้ำหยดกับไข่มุกเข้าชุดกัน ประกอบกับสร้อยสังวาลระย้าเพชรสลับไข่มุก มีรัศมีกว้างกระจายเต็มพระอุระ

ชุดทับทิมเป็นทับทิมเนื้อพิเศษสุดสีแดงสด เจียระไนเป็นรูปหัวใจรูปเหลี่ยมรูปไข่ ประกอบลวดลายมงคลเพชรมีทั้งสร้อยพระศอสังวาลระย้าลายนกเพชรประกอบทับทิม กำไลต้นพระพาหา พระกุณฑล พระวลัยกร พระธำมรงค์ทับทิมมงคลเพชร เข็มรูปตัวแมลงหัวเข็มขัดประกอบทับทิมชั้นยอด

ชุดมรกต ประกอบด้วยมรกตสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ คุณภาพเยี่ยมน้ำเขียวขจีสดใส ทั้งสร้อยพระศอ พาหุรัดสวมต้นพระพาหา วลัยกรและพระธำมรงค์ เข้าชุดกับเข็มกลัดรูปต่างๆ อันเป็นมรกตประดับเพชรเป็นที่กล่าวกันว่ามรกตชุดนี้ เป็นอัญมณีมีค่ามีราคาสูงสุดในภูมิภาคตะวันออกเลยทีเดียว

เครื่องประดับชุดนิลอันมีค่า เป็นชุดนิลสีน้ำเงินเข้ม มงคลเพชร ประกอบด้วยก้านและลวดลายกนกเพชร มีนิลไพลินสีผักตบเป็นเครื่องประดับชุดไพลิน เป็นสร้อยสังวาลครบชุดวิจิตรตระการตามาก

นอกจากนี้ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ทรงรวบรวมไข่มุกไว้เป็นจำนวนมากหลายสีหลายขนาด ตั้งแต่ใหญ่ไปหาเล็ก เป็นสร้อยพระสังวาลเฟื่องไข่มุกเม็ดขนาดใหญ่สามชิ้น มีตุ้มเพชรห้อยเป็นระยะๆ จะทรงประกอบกับไข่มุกอื่นๆ ซึ่งมีทั้งไข่มุกสีกุหลาบอ่อน ไข่มุกสีเหลืองน้ำผึ้ง และไข่มุกคุณภาพเยี่ยมอีกจำนวนหนึ่ง

สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ทรงโปรดปรานในเครื่องประดับอัญมณีเป็นอย่างยิ่ง นอกจากจะทรงได้รับพระราชทานเป็นของขวัญของฝากจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมราชสวามี ซึ่งจะเห็นได้ว่าทุกครั้งที่เสด็จประพาสต่างประเทศจะทรงเอาพระทัยใส่ หาอัญมณีมีค่าสุดกลับมาฝากและพระราชทานพระอัครมเหสีอยู่เสมอมิได้ขาด ไม่นับรวมกับที่สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ทรงสะสมซื้อหามาด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ และมีผู้สรรมาทูลเกล้าฯ ถวาย และยังทรงได้รับเป็นของขวัญจากประมุขประเทศต่างๆ เช่น มงกุฎหรือรัดเกล้าเพชรจากเอมเปรสแห่งรัสเซีย หรือวลัยกรนิลน้ำงามมงคลเพชรจากเอ็มเปรสแห่งอิตาลี

เครื่องประดับอัญมณีอันมีค่ามากมายมหาศาลของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ที่อยู่ในความรับผิดชอบดูแลรักษาของ เจ้าจอม ม.ร.ว.แป้ม มาลากุล นั้น พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ทรงเล่าไว้ในพระนิพนธ์เรื่องเกิดวังปารุสก์ว่า

“...ถ้าจะเสด็จไปงานใด ข้าหลวงจะต้องเอาเครื่องเพชรของท่านมาถวายทั้งหมดให้ทรงเลือก นอกจากเครื่องใหญ่จริงๆ ซึ่งไม่มีเก็บไว้ที่วังพญาไท เพราะเครื่องชุดใหญ่ๆ นั้น เก็บรักษาไว้ที่ในพระบรมมหาราชวัง ถึงกระนั้นเครื่องย่อยๆ ของท่านก็ดูคล้ายๆ กับร้านขายเครื่องเพชรร้านใหญ่ๆ ในมหานครหลวงในยุโรป ข้าหลวงต้องขนมาเป็นถาดๆ หลายๆ ถาด บางทีถาดเดียวจะมีแต่ธำมรงค์เพชรพลอยต่างๆ ตั้ง 60 วง

เจ้าจอม ม.ร.ว.แป้ม มาลากุล ได้ถวายตัวทำงานรับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ด้วยความซื่อสัตย์จงรักภักดี เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง ด้วยหน้าที่ดูแลรักษาพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ไม่มีความด่างพร้อยหรือข้อครหาใดๆ จนตลอดชีวิต

นอกจากนี้ เจ้าจอม ม.ร.ว.แป้ม มาลากุล ยังมีหน้าที่สอนและควบคุมการทำดอกไม้สดในงานพระราชพิธีต่างๆ คอยดูแลบรรดาเจ้านาย หรือลูกหลานขุนนางข้าราชการที่เข้ามาถวายตัวในราชสำนักสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ดูแลและฝึกสอนงานเย็บปักถักร้อยต่างๆ จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น ท้าวทรงกันดาล ว่าการพระคลังใน

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น ท้าววรคณานันท์ และในพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร ในวันที่ 6 พ.ค. 2493 ท้าววรคณานันท์ (ม.ร.ว.แป้ม มาลากุล) ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ร่วมในพระราชพิธีเชิญเครื่องเฉลิมพระราชมณเฑียรร่วมกับพระบรมวงศานุวงศ์ เช่น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้านภาพรประภา กรมหลวงทิพยรัตนกิริฎกุลินี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐาสารี ซึ่งทรงลาดพระแท่นราชบรรจถรณ์ ถวายพระแส้ ถวายจั่นหมาก ถวายพระพระชัยมงคล โดยท้าววรคณานันท์ถวายกุญแจทองข้างพระที่

ท้าววรคณานันท์ มีอายุยืนยาวมาจนอายุได้ 83 ปี ก็ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2502 ในสมัยรัชกาลที่ 9

อ่านบทความต้นฉบับได้ที่ https://www.posttoday.com/politics/283799

_________________

Thao Worakananun (ท้าววรคณานันท์), “Khun Hong Thong” (คุณห้องทอง) of Her Majesty Queen Saovabha Phongsri

Thao Worakananun, formerly Chao Chom Mom Rajawongse Paem Malakul (เจ้าจอม ม.ร.ว.แป้ม มาลากุล), was a daughter of Phra Worawongse Ther Krom Muen Prab Borapaks (พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นปราบปรปักษ์).

Chao Chom Mom Rajawongse Paem Malakul (เจ้าจอม ม.ร.ว.แป้ม มาลากุล) was born on 17 May 1876 (๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๑๙). She had several siblings by the same father who entered royal service and continued to serve the Thai monarchy across several reigns during the reign of King Chulalongkorn (พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, Rama V) and thereafter. These included:

  • Mom Rajawongse Pia Malakul (ม.ร.ว.เปีย มาลากุล), who was later granted the title Chao Phraya Phra Sadet Surenthrathibodi (เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี), Minister of Public Instruction.

  • Mom Rajawongse Pum Malakul (ม.ร.ว.ปุ้ม มาลากุล), later granted the title Maha Sewak Ek, Chao Phraya Thammathikornathibodi (มหาเสวกเอก เจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี), Minister of the Royal Household.

  • Mom Rajawongse Po Malakul (ม.ร.ว.โป๊ะ มาลากุล), later granted the title Phraya Chatdechayukom (พระยาชาติเดชยุคม).

  • Mom Rajawongse Poi Malakul (ม.ร.ว.โป้ย มาลากุล), later granted the title Phra Thewathirat (พระเทวาธิราช), Director-General of Royal Ceremonies at the Bureau of the Royal Household.

Chao Chom Mom Rajawongse Paem Malakul entered service as a lady of the Inner Court, offering loyal service to King Chulalongkorn (Rama V) within the household of Her Majesty Queen Saovabha Phongsri (สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ) at the age of 17, together with her sisters who also became royal consorts: Mom Rajawongse Pam Malakul (ม.ร.ว.ปั้ม มาลากุล), Mom Rajawongse Paew Malakul (ม.ร.ว.แป้ว มาลากุล), and Mom Rajawongse Pui Malakul (ม.ร.ว.ปุย มาลากุล).

Her Majesty Queen Saovabha Phongsri bestowed great care, patronage, and trust upon these four sisters of the Malakulfamily, as they all descended from Somdet Phra Chao Boromawongse Ther Chao Fa Mahamala, Krom Phra Bamrab Borapaks (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์), a senior prince, son of King Phutthaloetla Naphalai (พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย, Rama II), and from Somdet Phra Chao Boromawongse Ther Chao Fa Kulthonthipphayawadi (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากุลฑลทิพยวดี).

Members of this lineage served King Chulalongkorn with unwavering loyalty, particularly in departments relating to palace administration and royal ceremonial tradition, which formed the institutional backbone of the kingdom. They were consistently entrusted with responsibilities that required the utmost discretion and reverence.

Chao Chom Mom Rajawongse Paem Malakul received training within the Department of the Queen’s Personal Treasury under Queen Saovabha Phongsri and later rose to become Head of the Department of the Queen’s Personal Treasury. Her duties included sole responsibility for safeguarding the keys to the royal treasury chambers, which housed diamonds, gold, and countless priceless jewels and ornaments. Because of this responsibility, she became widely known by the sobriquet “Khun Hong Thong” (คุณห้องทอง) — literally, “the Lady of the Golden Vault.”

It was widely known that Queen Saovabha Phongsri, also revered as Somdet Phra Phanpi Luang (สมเด็จพระพันปีหลวง), mother of King Vajiravudh (Rama VI) and King Prajadhipok (Rama VII), had numerous royal sons and daughters of the highest princely rank. In addition to the ancient jewellery she herself had worn since her days as a royal princess during the reign of King Mongkut (Rama IV), she also possessed extensive ceremonial ornaments used in the tonsure ceremonies (โสกันต์) of her children.

These included crowns, diadems, hairpins, armlets, bracelets, anklets, rings, pendants, necklaces, sashes, belts, girdles, and royal finger rings set with diamonds, diamond slices, rubies, emeralds, and the Nine Sacred Gems. The quantity of these ornaments was sufficient to fully dress all her royal sons and daughters simultaneously.

Regarding her immense wealth, Dr. Malcolm Smith, her British personal physician, recorded her income as follows:

“...Her Majesty possessed enormous personal wealth. In addition to the annual allowance regularly granted to her, the Queen Mother had substantial private income derived from her personal properties. From what Her Majesty herself once told me, I estimate her total income to have been approximately £80,000–£90,000 per year...”

As the principal queen consort bearing the title Queen of Siam, and having twice served as Regent during the absence of King Chulalongkorn, Queen Saovabha Phongsri possessed an extraordinary collection of magnificent and invaluable jewellery for use on various ceremonial occasions.

These included a celebrated round-cut diamond suite, consisting of large, pure white diamonds encircling the neck in double tiers, accompanied by a chrysanthemum-shaped diamond diadem, a matching diamond brooch, elaborately pierced diamond bracelets, and coordinated diamond rings.

She also owned many other grand jewellery sets, including:

  • A large round-cut diamond parure, comprising a triple-layer diamond necklace worn in full royal regalia.

  • A teardrop diamond suite, combined with large, lustrous pearls, radiating across the chest in ceremonial splendour.

  • A ruby suite of exceptional quality, featuring heart-shaped, oval, and faceted rubies mounted with diamonds in auspicious motifs, including necklaces, bracelets, earrings, rings, and ornate clasps.

  • An emerald suite of exceptional clarity and vivid green colour, consisting of necklaces, armlets, bracelets, rings, and brooches, said to be among the most valuable emerald sets in all of the East.

  • A sapphire and blue spinel suite, elaborately mounted with diamonds in traditional Thai patterns.

In addition, Queen Saovabha amassed an enormous collection of pearls in various sizes and colours, including rose-tinted pearls, honey-yellow pearls, and other exceptionally fine specimens.

The vast jewellery collection under the care of Chao Chom Mom Rajawongse Paem Malakul was described by Prince Chula Chakrabongse (พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์) in his memoir “Born in the Palace” (เกิดวังปารุสก์):

“Whenever Her Majesty was to attend a function, the attendants would bring out all her jewellery for her selection, except for the very largest sets kept in the Grand Palace. Even the smaller pieces resembled the inventory of a great European jeweller, carried out on numerous trays — sometimes a single tray held as many as sixty gem-set rings.”

Chao Chom Mom Rajawongse Paem Malakul served with unwavering loyalty and absolute integrity throughout her life, never once giving rise to suspicion or reproach.

In addition to her treasury duties, she supervised floral arrangements for royal ceremonies, trained young noblewomen and court ladies, and oversaw needlework and handicrafts within the Queen’s household.

During the reign of King Prajadhipok (Rama VII), she was granted the title Thao Song Kandan (ท้าวทรงกันดาล), overseeing treasury affairs. In the present reign (King Bhumibol Adulyadej, Rama IX), she was elevated to the title Thao Worakananun (ท้าววรคณานันท์).

At the Royal Coronation Ceremony on 6 May 1950, Thao Worakananun was granted the honour of participating in the procession of royal regalia alongside senior members of the royal family, where she presented the golden key as part of the ceremonial rites.

Thao Worakananun (Mom Rajawongse Paem Malakul) passed away peacefully at the age of 83 on 17 May 1959, during the reign of King Rama IX.

_________________

เรียนเชิญกด Subscribe ได้ที่ลิงก์นี้ครับ เพื่อร่วมติดตามงานสร้างสรรค์ต้นฉบับ งานวิจัยประวัติศาสตร์แฟชั่น และผลงานอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมด้วยเทคโนโลยี AI ของ AI Fashion Lab, London ซึ่งมุ่งตีความอดีตผ่านมิติใหม่ของการบูรณะภาพ การสร้างสรรค์ภาพ และการเล่าเรื่องด้วยศิลปะเชิงดิจิทัล 🔗 https://www.facebook.com/aifashionlab/subscribe/

#aifashionlab #AI #aiartist #aiart #aifashion #aifashiondesign #aifashionstyling #aifashiondesigner #fashion #fashionhistory #historyoffashion #fashionstyling #fashionphotography #digitalfashion #digitalfashiondesign #digitalcostumedesign #digitaldesign #digitalaiart #ThaiFashionHistory #ThaiFashionAI #thailand #UNESCO

Previous
Previous

ทำไม “สมเด็จพระพันปีหลวง” พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ ๕ ทรงนอนตอนเช้า และทรงตื่นในเวลาค่ำ?

Next
Next

“ปริศนา” และต้นแบบที่มีตัวตนจริง