สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (ปลด กิตฺติโสภโณ)
สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (ปลด กิตฺติโสภโณ)
ภาพที่ได้รับการบูรณะและสร้างสรรค์ด้วยเทคโนโลยี คือพระรูปแบบเสมือนจริงของ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (ปลด กิตฺติโสภโณ) สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เป้าหมายของการบูรณะ พระรูปสมเด็จพระสังฆราช แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ คือการฟื้นคืนประวัติศาสตร์ด้านภาพเสมือนจริงของสมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ผ่านหลักฐานภาพถ่ายที่หลงเหลืออยู่จริง
พระรูปต้นฉบับฉาย ณ พระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๐๓ ถึง พ.ศ. ๒๕๐๕
พัดยศทางซ้ายคือพัดยศสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สุขุมวิธานธำรง สกลมหาสงฆปรินายก ตรีปิฎกกลากุสโลภาส ภูมิพลมหาราชอนุศาสนาจารย์ กิตติโสภณาภิธานสังฆวิสุต ปาวจนุตตมโศภน วิมลศีลสมาจารวัตร พุทธศาสนิกบริษัทคารวสถาน วิจิตรปฏิภาณพัฒนคุณ อดุลคัมภีรญาณสุนทร บวรธรรมบพิตร สมเด็จพระสังฆราช
พัดยศทางขวาคือพัดยศสมเด็จพระราชาคณะที่ สมเด็จพระวันรัต ปริยัติพิพัฒนพงศ์ วิสุทธิสงฆปริณายก ตรีปิฎกโกศล วิมลคัมภีรญาณสุนทร มหาคณะปธานาดิศร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัณยวาสี
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ พระนามเดิม ปลด เกตุทัต ฉายา กิตฺติโสภโณ เป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระองค์ที่ ๑๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สถิต ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร ทรงดำรงตำแหน่งเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๓ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงดำรงตำแหน่งอยู่ ๒ ปี ๑ เดือน ๑๓ วัน สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๕ สิริพระชันษา ๗๓ ปี ๒๑ วัน
พระประวัติ
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช มีพระนามเดิมว่า ปลด เกตุทัต ประสูติเมื่อวันจันทร์ที่ ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๓๒ ตรงกับแรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลู ณ บ้านในตรอกหลังตลาดพาหุรัด ติดกับวัดราชบุรณราชวรวิหาร เป็นบุตรขุนพิษณุโลกประชานาถ (ล้ำ เกตุทัต) กับนางปลั่ง พระชนกของพระองค์เป็นเจ้ากรมคนแรกในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ แต่ด้วยปัญหาสุขภาพจึงได้กราบทูลลาออกก่อนที่จะทรงกรมหลวง
บรรพชา
ได้บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๔ ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร เริ่มเรียนภาษาบาลีตั้งแต่พระชนมายุ ๘ ปี เรียนมูลกัจจายน์ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ได้ประโยค ๑ ได้รับโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้อยู่ที่วัดเบญจมบพิตร ต่อมาได้เข้าแปลประโยค ๒ และประโยค ๓ ได้ สอบได้ประโยค ๔ เมื่อพระชันษาได้ ๑๓ ปี ประโยค ๕ ถึงประโยค ๗ เมื่อพระชันษาได้ ๑๔, ๑๕, ๑๖ ปี ตามลำดับ สอบประโยค ๘ ได้เมื่อพระชันษาได้ ๑๙ ปี และประโยค ๙ เมื่อพระชันษาได้ ๒๐ ปี ในปี พ.ศ. ๒๔๕๑
อุปสมบท
ทรงอุปสมบทเป็นนาคหลวงสายเปรียญธรรม ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๒ สมเด็จพระวันรัต (ฑิต อุทโย) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระธรรมวโรดม (จ่าย ปุณฺณทตฺโต) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระธรรมเจดีย์ (เข้ม ธมฺมสโร) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้ฉายาว่า “กิตฺติโสภโณ”
ตำแหน่ง
พ.ศ. ๒๔๖๓ เป็นพระคณาจารย์โท ในทางภาษาบาลี
พ.ศ. ๒๔๖๘ เป็นเจ้าคณะแขวงกลาง จังหวัดพระนคร
พ.ศ. ๒๔๗๐ เป็นเจ้าคณะมณฑลพายัพ
พ.ศ. ๒๔๗๑ เป็นเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตร และเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม
พ.ศ. ๒๔๙๔ เป็นสังฆนายก
พ.ศ. ๒๕๐๑ เป็นผู้บัญชาการคณะสงฆ์แทนสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ และรักษาการในตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช
สมณศักดิ์
พ.ศ. ๒๔๕๗ เป็นพระราชาคณะที่ พระศรีวิสุทธิวงษ์
พ.ศ. ๒๔๖๖ เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชเวที ตรีปิฎกภูษิต ธรรมบัณฑิต ยติคณิศร บวรสังฆาราม คามวาสี
พ.ศ. ๒๔๖๙ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพมุนี ศรีวิสุทธศีลาจารย์ ญาณนายก ตรีปิฎกธรา มหาคณฤศร บวรสังฆาราม คามวาสี
พ.ศ. ๒๔๗๓ เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมโกศาจารย์ สุนทรญาณดิลก ตรีปิฎกธรรมภูษิต ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี
พ.ศ. ๒๔๘๒ เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองหนกลางที่ พระพรหมมุนี ศรีวิสุทธิญาณนายก ตรีปิฎกธรรมาลังการวิภูษิต มัชฌิมคณิศร บวรสังฆาราม คามวาสี สังฆนายก
พ.ศ. ๒๔๙๐ เป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ สมเด็จพระวันรัต ปริยัติพิพัฒนพงศ์ วิสุทธิสงฆปริณายก ตรีปิฎกโกศล วิมลคัมภีรญาณสุนทร มหาคณะปธานาดิศร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัณยวาสี
พ.ศ. ๒๕๐๓ เป็นสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สุขุมวิธานธำรง สกลมหาสงฆปรินายก ตรีปิฎกกลากุสโลภาส ภูมิพลมหาราชอนุศาสนาจารย์ กิตติโสภณาภิธานสังฆวิสุต ปาวจนุตตมโศภน วิมลศีลสมาจารวัตร พุทธศาสนิกบริษัทคารวสถาน วิจิตรปฏิภาณพัฒนคุณ อดุลคัมภีรญาณสุนทร บวรธรรมบพิตร สมเด็จพระสังฆราช
สิ้นพระชนม์
หลังจากเสวยภัตตาหารเพลในงานทำบุญบ้านจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๕ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช ทรงกลับวัด ถึงเวลา ๑๕.๐๐ น. หลังสรงน้ำ ทรงปวดพระเศียรอย่างรุนแรง พระอุปฐากเชิญแพทย์มาดูพระอาการ พระองค์ตรัสกับแพทย์ได้ไม่กี่คำก็สิ้นพระชนม์ แพทย์ลงความเห็นว่าเส้นพระโลหิตใหญ่ในพระมัตถลุงค์แตก เมื่อเวลา ๑๖.๒๗ น. สิริพระชันษาได้ ๗๓ ปี ๒๑ วัน สำนักนายกรัฐมนตรีประกาศให้สถานที่ราชการลดธงครึ่งเสา ๓ วัน และข้าราชการไว้ทุกข์ ๑๕ วัน เพื่อถวายความอาลัย และได้มีพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ณ พระเมรุ วัดเทพศิรินทราวาส
________________
The Fourteenth Supreme Patriarch of Rattanakosin
Somdet Phra Ariyavongsagatayana (สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ, ปลด กิตฺติโสภโณ)
The restored and digitally re-created image presented here is a realistic likeness of Somdet Phra Ariyavongsagatayana (Plod Kittisobhano) (สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (ปลด กิตฺติโสภโณ)), the 14th Supreme Patriarch of the Rattanakosin period.
The objective of this restoration project is to revive the visual history of the Supreme Patriarchs of Rattanakosin through surviving photographic evidence, carefully reconstructed to reflect historical authenticity.
The original photograph was taken inside the ordination hall of Wat Benchamabophit Dusitvanaram Ratchaworawihan (วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร) between B.E. 2503–2505 (1960–1962).
Ecclesiastical Fans (Phat Yot – พัดยศ)
Left Fan: The ecclesiastical fan of the 14th Supreme Patriarch, bearing his full ecclesiastical title:
Somdet Phra Ariyavongsagatayana Sukhuma-withanathamrong Sakon Maha Sangha Parinayok Tripitaka Kalakusolopas Bhumibol Maharaj Anusasanacharya Kittisobhanaphithan Sangkhawisut Pavacanutam Sobhon Wimalsil Samacharnwat Buddhasasanikaborisat Karawasathan Wichitrapatiphan Phatthanakhun Adulakambhirayanasuntorn Boworn Thammabophit Somdet Phra Sangharaja.Right Fan: The ecclesiastical fan from his earlier rank as Somdet Phra Wanarat:
Somdet Phra Wanarat Pariyatti-phiphatthana-phong Wisutthisongkhaparinayok Tripitaka Kosol Wimalakambhirayanasuntorn Maha-khana Pathanathit Bowornsangharam Kamawasi Aranyawasi.
Biographical Summary
Somdet Phra Ariyavongsagatayana (Plod Kittisobhano) (สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (ปลด กิตฺติโสภโณ)) was born Plod Ketuthat (ปลด เกตุทัต) on Monday, 27 May B.E. 2432 (1889), corresponding to the 13th waning moon of the 6th lunar month, Year of the Ox.
He was born in a house behind Phahurat Market (ตลาดพาหุรัด), adjacent to Wat Ratchaburana Ratchaworawihan (วัดราชบุรณราชวรวิหาร).
His father, Khun Phitsanulok Prachanat (Lham Ketuthat) (ขุนพิษณุโลกประชานาถ (ล้ำ เกตุทัต)), served as the first chief official under His Royal Highness Prince Chakrabongse Bhuvanath, Krom Luang Phitsanulok Prachanat (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ), but later resigned due to ill health before the Prince received the full princely title.
Novice Ordination (Samanera)
He was ordained as a novice in B.E. 2444 (1901) at Wat Phra Chetuphon Wimon Mangkhalaram Ratchaworamahawihan (วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร).
He began studying Pali at the age of eight, first learning Mūlagacchāyana at Wat Phra Si Rattana Satsadaram (วัดพระศรีรัตนศาสดาราม).
He successfully passed successive Pali examination levels:
Level 4 at age 13
Levels 5–7 at ages 14, 15, and 16
Level 8 at age 19
Level 9 at age 20 in B.E. 2451 (1908)
He received royal patronage from King Chulalongkorn (พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) and was permitted to reside at Wat Benchamabophit.
Higher Ordination (Upasampadā)
He underwent royal higher ordination (Naga Luang) in B.E. 2452 (1909) at Wat Phra Si Rattana Satsadaram.
His preceptor was Somdet Phra Wanarat (Dit Udayo) (สมเด็จพระวันรัต (ฑิต อุทโย)) of Wat Mahathat Yuwaratrangsarit (วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์).
He received the monastic name “Kittisobhano” (กิตฺติโสภโณ).
Ecclesiastical Appointments
B.E. 2463 (1920) – Pali Instructor (Phra Khanachan Tho)
B.E. 2468 (1925) – Ecclesiastical District Chief of Central Bangkok
B.E. 2470 (1927) – Regional Ecclesiastical Governor of Monthon Phayap
B.E. 2471 (1928) – Abbot of Wat Benchamabophit and member of the Mahathera Samakhom
B.E. 2494 (1951) – Sanghanayok
B.E. 2501 (1958) – Acting Supreme Patriarch following Somdet Phra Sangharaja Chao Krom Luang Vajirananavongsa
In B.E. 2503 (1960), during the reign of
Bhumibol Adulyadej (พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร),
he was appointed the 14th Supreme Patriarch of Rattanakosin.
He served for 2 years, 1 month, and 13 days.
Passing
On 17 June B.E. 2505 (1962), after presiding over a merit-making ceremony at the residence of Field Marshal Sarit Thanarat (จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์), he returned to Wat Benchamabophit at approximately 15:00.
After bathing, he experienced a severe headache. Physicians were summoned, but after speaking only briefly, he passed away at 16:27. The cause of death was determined to be a ruptured cerebral artery.
He was aged 73 years and 21 days.
The Office of the Prime Minister ordered government offices to lower the national flag to half-mast for three days and declared fifteen days of official mourning.
The royal cremation ceremony was held at the crematorium of
Wat Thepsirintrawat Ratchaworawihan (วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร).
________________
เรียนเชิญกด Subscribe ได้ที่ลิงก์นี้ครับ เพื่อร่วมติดตามงานสร้างสรรค์ต้นฉบับ งานวิจัยประวัติศาสตร์แฟชั่น และผลงานอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมด้วยเทคโนโลยี AI ของ AI Fashion Lab, London ซึ่งมุ่งตีความอดีตผ่านมิติใหม่ของการบูรณะภาพ การสร้างสรรค์ภาพ และการเล่าเรื่องด้วยศิลปะเชิงดิจิทัล 🔗 https://www.facebook.com/aifashionlab/subscribe/
#aifashionlab#AI#aiartist#aiart#aifashion#aifashiondesign#aifashionstyling#aifashiondesigner#fashion#fashionhistory#historyoffashion#fashionstyling#fashionphotography#digitalfashion#digitalfashiondesign#digitalcostumedesign#digitaldesign#digitalaiart#ThaiFashionHistory#ThaiFashionAI#thailand #UNESCO